“สุรศักดิ์”ประชุม กอวช. ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมใต้ระดมสรรพกำลัง อว. ช่วยเหลือ–ฟื้นฟูผู้ประสบภัย เร่งตั้ง “รวพ.” ใน 180 วัน

News Update

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 8/2568 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และการประชุมผ่านระบบออนไลน์

          ในการประชุม นายสุรศักดิ์ ได้กล่าวถึงข้อห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แม้ระดับน้ำจะลดลงและสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ความเสียหายยังรุนแรงและขยายเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกันยังมีหลายจังหวัดที่ประสบภาวะน้ำท่วมขัง กระทรวง อว. จึงได้หารือเพื่อเร่งกำหนดมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟู พร้อมเตรียมระดมบุคลากร องค์ความรู้ วิชาการ และนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในสังกัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วนและระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ ที่เปิดพื้นที่เป็นศูนย์อพยพหลัก ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านการแพทย์ การพักพิง และรองรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชม พร้อมยกย่องให้เป็นแบบอย่างของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมรับมือวิกฤติได้อย่างเข้มแข็ง

          จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ตุลาคม 2567–กันยายน 2568) ของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ ในการประชุมครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผลประเมินภาพรวมของ สอวช. อยู่ในระดับดีมาก ด้วยคะแนน 98.78 คะแนน ตามกรอบการประเมินองค์การมหาชนของสำนักงาน ก.พ.ร. สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหาร ความโปร่งใส และความก้าวหน้าเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร นอกจากนี้ สอวช. ยังได้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการประจำปี 2568 ซึ่งผ่านความเห็นชอบแล้วและสอดคล้องกับตัวชี้วัดหลักขององค์กร แสดงถึงการกำกับทิศทางนโยบายด้าน อววน. อย่างมีประสิทธิผล

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผอ.บพท.

          สำหรับหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMUs) 3 หน่วยงาน ได้แก่ (1) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) (2) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ (3) หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้ สอวช. ได้รายงานผลการดำเนินงานทั้งระดับองค์กรและระดับผู้อำนวยการครบถ้วน และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการประจำหน่วยแล้วเช่นกัน ผลประเมินชี้ว่า PMUs ทั้ง 3 หน่วยงาน ดำเนินงานได้ตรงตามแผนและตัวชี้วัด ทั้งด้านการบริหารทุนวิจัย การส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรม การพัฒนาผู้ประกอบการ และการกำกับธรรมาภิบาลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ สอวช. และหน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 3 หน่วยด้วย

          ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ได้นำเสนอความคืบหน้าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเห็นชอบหลักการจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) ในรูปแบบองค์การมหาชน เพื่อเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีอย่างครบวงจร สอวช. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพด้านนโยบาย อววน. ได้นำเสนอกรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านจาก หน่วยบริหารและจัดการทุน บพค. บพข. และ บพท. เดิมสู่ รวพ. เพื่อให้การดำเนินงานปี 2569 ไม่เกิดช่องว่าง โปร่งใส และเป็นระบบ

          ด้านนางสาวรติมา เอื้อธรรมาภิมุข นักยุทธศาสตร์ระดับสูง สำนักงานผู้อำนวยการ สอวช. ได้นำเสนอต่อที่ประชุม ถึงโครงสร้าง รวพ. ว่าประกอบด้วย 4 โครงสร้างการบริหารหลัก ได้แก่ (1) คณะกรรมการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายสำนักงาน (2) ผู้อำนวยการ รวพ. รับผิดชอบการบริหารงาน (3) หน่วยบริหารและจัดการทุน ที่จัดตั้งขึ้นในสำนักงาน รวพ. (4) คณะอนุกรรมการประจำหน่วย และผู้อำนวยการหน่วย ทั้ง 3 หน่วย ที่โอนจาก สอวช. พร้อมภารกิจเดิมเข้าสู่ รวพ.  

          โดยมีแผนดำเนินการภายในระยะเวลา 180 วัน ทั้งนี้ รูปแบบการทำงานจะเป็นการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พระราชกฤษฎีกา รวพ. และการทำงานร่วมกันระหว่าง สอวช. และ พนักงาน รวพ. ในรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้  เพื่อให้ รวพ. เติบโตได้อย่างยั่งยืน ตามกลไกที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล