ภารกิจครั้งสำคัญนี้มีตัวแทนทีมวิศวกรดาวเทียมไทย 4 ท่าน ได้แก่ นายลิขิต วรานนท์, นายสุธี ชูศรี, นายอธิภัทร วรรธอนันตชัย และนายปณชัย สันทนานุการ เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์และดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิดถึงขอบสนาม
THEOS-2A เป็นดาวเทียมสำรวจโลกดวงที่ 3 ในตระกูล THEOS ที่วิศวกรไทยกว่า 20 คน มีส่วนร่วมในการออกแบบและพัฒนา และถือเป็นดาวเทียมดวงแรกของไทยที่มีมาตรฐานระดับ Industrial Grade
จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับ THEOS-2A ได้ผ่านกระบวนการทดสอบรูปแบบต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการนำส่งขึ้นสู่วงโคจรอย่างเข้มข้น ทั้งการสั่นสะเทือนระหว่างขึ้นบิน การทดสอบคุณสมบัติของมวลดาวเทียม ตลอดจนความทนทานต่อความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แปรผันอย่างสุดขั้วในห้วงอวกาศ
การทดสอบทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ณ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (AIT) ซึ่งตั้งอยู่ที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นับเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมอวกาศของไทยที่มีมาตรฐานสูง มีอุปกรณ์ครบครัน ทันสมัย และพร้อมให้บริการทั้งดาวเทียมของไทยและต่างประเทศ
ขณะนี้ ดาวเทียม THEOS-2A ได้ถูกส่งไปประกอบเข้ากับจรวด PSLV เพื่อเตรียมส่งขึ้นสู่อวกาศจากฐานปล่อยที่ศูนย์อวกาศสาธิต ธาวัน เมืองศรีหริโคตา ประเทศอินเดีย ในช่วงต้นปี 2569 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย และนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่มีดาวเทียมจากผลงานและศักยภาพของคนไทย

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการในไทยมีส่วนร่วมที่สำคัญมากๆ กับการผลิตชิ้นส่วนสำหรับดาวเทียม THEOS-2A ดวงนี้ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม เพิ่มศักยภาพ ยกระดับขีดความสามารถเพื่อเข้าสู่ Space Value Chain และแข่งขันได้ในระดับสากล”
เมื่อขึ้นไปประจำการอยู่ในวงโคจรรอบโลกแล้ว THEOS-2A จะพร้อมทำงานร่วมกับดาวเทียม THEOS-1 และ THEOS-2 อย่างแข็งขัน เพื่อสนับสนุนข้อมูลจากอวกาศให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้งานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ องค์ความรู้จากการพัฒนาดาวเทียม THEOS-2A ยังถูกนำไปใช้ในการพัฒนาดาวเทียม THEOS-3 ดาวเทียมสำรวจโลกคุณภาพสูงดวงถัดไปของประเทศไทย เช่นเดียวกับมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับบุคลากรภายในประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถคนไทยให้พร้อมในการออกแบบและพัฒนาดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพ ผ่านมาตรฐานระดับสูง และต่อยอดการนำองค์ความรู้จากห้วงอวกาศ มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อีกเช่นกัน
ติดตามความเคลื่อนไหวด้านวันและเวลานำส่งผ่านทาง Facebook Fanpage : GISTDA เท่านั้น

