ภาพจำธุรกิจ”การติดตามหนี้” อาจจะเป็นเสมือนผู้ร้ายในสายตาคนหลาย ๆ คน โดยเฉพาะลูกหนี้ที่กำลังประสบปัญหาในการชำระหนี้ แต่วันนี้ ! ภาพจำเหล่านี้กำลังจะถูกทำให้หายไป ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำในวงการบริหารและติดตามหนี้แบบครบวงจร อย่าง “ บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด” และ “ บริษัท บอทน้อย กรุ๊ป จำกัด ” ผู้นำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ของประเทศไทย ที่คิดตรงกันว่า
“ ระบบบริหารหนี้ในอนาคตต้องก้าวข้ามรูปแบบการติดตามหนี้แบบเดิม ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง โดยนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทำงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกหนี้ การสื่อสาร การติดตาม ไปจนถึงการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล”

จึงเกิดเป็น “ FINNGENTIC ” ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ที่ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนามาตรฐานใหม่ของระบบบริหารและติดตามหนี้ ที่มุ่งเน้นทั้งประสิทธิภาพเชิงระบบ ความถูกต้องตามกฎหมาย และการสร้างทางออกที่เหมาะสมให้แก่ลูกหนี้
ทั้งนี้ ฟินน์ลูชั่น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารหนี้ การติดตามหนี้ และการออกแบบกลยุทธ์ตามพฤติกรรมลูกหนี้ ได้ผสานองค์ความรู้เชิงลึกด้านการเงิน กฎหมาย และธรรมาภิบาล เข้ากับความเชี่ยวชาญด้าน AI Voice, Conversational AI และ Data Intelligence ของบอทน้อย เพื่อสร้างระบบติดตามหนี้ที่ แม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ได้รับการสื่อสารที่เหมาะสม เข้าใจง่าย และนำไปสู่ทางออกที่เป็นไปได้จริง

“นางสาวเรวดี เกตุแก้ว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด กล่าวว่า ฟินน์ลูชั่นเชื่อว่าการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้วัดจากการติดตามได้เร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการสร้างทางออกให้ลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบการเงินได้อย่างยั่งยืน การนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารและติดตามหนี้ จะช่วยให้ทำงานได้แม่นยำขึ้น เข้าใจลูกหนี้มากขึ้น และออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับแต่ละรายอย่างแท้จริง
“Pain Point ของการติดตามหนี้แบบเดิมๆ คือ ต้องใช้การติดต่อหรือติดตามหลายครั้งมากกว่าจะเจอหรือรับสาย เนื่องจากบางครั้งอาจไม่เข้าใจประเด็นปัญหาของลูกค้า ทำให้ต้องใช้คนจำนวนมากในการจัดการ จึงมองว่า หากนำเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาช่วยอย่างน้อย จะทำให้เราเข้าใจเรื่องหนี้ของแต่ละบุคคลมากขึ้น และสามารถนำข้อมูล ที่ได้จากการใช้ AI เป็นเครื่องมือ มาออกแบบเลือก Solution หรือ เสนอทางออกทางการเงิน ที่เหมาะสมให้กับลูกค้าแต่ละบุคคล”
ด้าน ดร.วินน์ วรวุฒิคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บอทน้อย กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า AI จะมีคุณค่าอย่างแท้จริง เมื่อถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนของสังคม ความร่วมมือกับฟินน์ลูชั่นในครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยี AI มาเสริมพลังให้ระบบบริหารหนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีและเป็นธรรมให้กับลูกหนี้

โดย AI จะเป็นเครื่องมือในการเพิ่ม “คุณภาพของการตัดสินใจ” ในกระบวนการบริหารหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองและจัดกลุ่มลูกหนี้ตามศักยภาพ การเลือกช่องทางและช่วงเวลาการติดต่อที่เหมาะสม ไปจนถึงการนำเสนอแนวทางการแก้ไขหนี้ที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งจะช่วยลดภาระความตึงเครียด เพิ่มโอกาสในการเจรจา และสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อทุกฝ่าย
ดร.วินน์ บอกอีกว่า FINNGENTIC คือระบบที่เป็นการทำงาน ของAI ร่วมกับมนุษย์ ซึ่งอยากให้พนักงานสามารถที่จะออกแบบ AI ให้มาเป็นผู้ช่วยได้ตามความต้องการ และย้ำว่า “คนใช้ AI สำคัญกว่า AI”
อย่างไรก็ดี จากการทดสอบการใช้งานระบบ “ FINNGENTIC ” พบว่าอัตราความสำเร็จในการติดต่อและเจรจากับลูกค้า สูงกว่าการใช้เจ้าหน้าที่ติดต่อเพียงอย่างเดียวกว่า 1 เท่าตัว และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 10 เท่าได้ภายในปีนี้ ทั้งนี้ระบบดังกล่าว นอกจากจะใช้งานกับ ฟินน์ลูชั่น แล้ว ยังมีแผนที่จะให้บริการกับลูกค้าอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ซึ่งเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ได้มองแค่การติดตามหนี้ได้มากขึ้น แต่มองถึงการเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ก้าวไปถึงจุดที่เป็นหนี้เสียได้ ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และ “ FINNGENTIC ” ไม่ได้เป็นแค่ระบบบริหารติดตามหนี้ด้วย AI แต่ยังเป็นเทคโนโลยีด้านการเงินที่ช่วยให้ประชาชนมีทางออก และยังทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นอีกด้วย
ความร่วมมือระหว่าง ฟินน์ลูชั่น และ บอทน้อย จึงไม่ใช่เพียงการยกระดับกระบวนการทำงานขององค์กร แต่เป็นการร่วมกันวางรากฐาน มาตรฐานใหม่ของระบบบริหารและติดตามหนี้ไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ข้อมูล และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้สามารถเดินไปข้างหน้าร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.
