ทรู จัดเต็ม 5G อ่าวมาหยา! หนุนแชร์วิวระดับโลก Must-Visit ติดอันดับชายหาดที่ดีที่สุดของโลก พร้อมระบบแจ้งเตือนภัยCBS

i & Tech

24 กุมภาพันธ์ 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้ายุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) เพื่อการท่องเที่ยว ประกาศความสำเร็จในการติดตั้งและเปิดให้บริการเครือข่าย 5G ณ “อ่าวมาหยา” เกาะพีพี มุ่งตอบโจทย์พฤติกรรมนักเดินทางยุคดิจิทัล (Digital Nomad) จากทั่วโลกที่ต้องการประสบการณ์การเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity) พร้อมชูจุดเด่นระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินอัจฉริยะ (Cell Broadcast Service – CBS) เสริมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลในพื้นที่จุดหมายปลายทางในฝันที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยการดำเนินงานได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมการประสานงานจากอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี  พร้อมติดตั้งแล้วเสร็จเรียบร้อย

          โครงข่าย 5G ดังกล่าวใช้ระบบ ไมโครเวฟแบ็กฮอล (Microwave Backhaul) หรือระบบส่งสัญญาณไร้สายแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point Microwave Transmission) เชื่อมสถานีฐานเข้าสู่โครงข่ายหลัก แทนการวางสายไฟเบอร์ในพื้นที่อนุรักษ์ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องขุดหรือก่อสร้างขนาดใหญ่ ติดตั้งได้รวดเร็ว เหมาะกับพื้นที่เกาะและภูมิประเทศซับซ้อน อีกทั้งรองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงพอสำหรับการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ด้วย 5G พร้อมออกแบบอุปกรณ์และโครงสร้างให้มีสีพรางใกล้เคียงธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบด้านทัศนียภาพ

          “อ่าวมาหยา” ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูนสูงตระหง่านและผืนป่าเขียวขจี น้ำทะเลใสราวกระจก และหาดทรายขาวละเอียด ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก ชื่อของอ่าวมาหยาโด่งดังไปทั่วโลก หลังถูกเลือกเป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง “The Beach” นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ (Leonardo DiCaprio) จนนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างอยากมาสัมผัสความงามของที่นี่ด้วยตัวเองสักครั้ง

          อ่าวมาหยาได้รับการยอมรับในระดับโลกจากหลายรายการชื่อดังในการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะ Worlds50beaches ที่มอบรางวัล Best of the Best Beachให้กับอ่าวมาหยา ยืนยันสถานะการเป็นหนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังได้รับคำชื่นชมจากสื่อต่างประเทศมากมายในแง่ของความสวยงาม ทั้งในฐานะสถานที่ถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่ง จนได้รับการยกย่องให้เป็น “แลนด์มาร์กชายหาดระดับโลก” ของทะเลไทยอย่างแท้จริง

          นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อ่าวมาหยานับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงามมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของไทย โดยเทรนด์การเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลกในปัจจุบัน มีความต้องการส่งต่อความประทับใจผ่านคอนเทนท์ และแชร์เนื้อหาความละเอียดสูง (High-Quality Content) แบบเรียลไทม์ (Real-time) ทรูจึงส่งทีมวิศวกรโครงข่ายลงพื้นที่ติดตั้งเสาสัญญาณมือถือและขออนุญาตอย่างถูกต้องในการติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกพื้นที่ของอ่าวมาหยาจะได้รับสัญญาณ 5G ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับทุกการใช้งาน”

เจาะลึก 3 จุดสำคัญเชื่อมต่อ 5G ครอบคลุม “อ่าวมาหยายกระดับประสบการณ์ลูกค้า

1. จุดเชื่อมต่อการเดินทาง (Gateway Connection) – ท่าเรืออ่าวโละซามะ

รองรับการใช้งานตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ เชื่อมต่อระบบการสื่อสารระหว่างการเดินทาง ทั้งเรือสปีดโบ๊ท (Speedboat) และเรือหางยาว เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร

2. ศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัล (Digital Information Hub) – ที่ทำการอุทยาน

สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในการเข้าถึงข้อมูลอุทยาน รวมถึงรองรับระบบการใช้แอปพลิเคชันติดต่อ และการจองคิวออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

3. พื้นที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับโลก (Content Creation Zone) – หน้าหาดอ่าวมาหยา:

ทรูเพิ่มสัญญาณ 5G รองรับการใช้งานเชื่อมต่อทุกแพลตฟอร์ม รองรับ Live Streaming และการอัปโหลดวิดีโอสั้น (Short-form Video) ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ลื่นไหล และพร้อมรองรับช่วงฤดูท่องเที่ยวสูงสุดที่มีการใช้งานหนาแน่น (Peak Season)

          นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำหรับเตรียมพร้อมเรื่องการส่งข้อความแจ้งเตือนภัย (Cell Broadcast Service – CBS) บนโครงข่าย 5G และ 4G ในพื้นที่ทั่วไทยรวมถึงอ่าวมาหยา เพื่อเป็นช่องทางหลักในการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินจากหน่วยงาน ปภ. สู่มือถือของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเหตุด่วน เหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือสภาพอากาศแปรปรวน เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

          การขยายโครงข่ายครั้งนี้เป็นการตอกย้ำพันธกิจของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (Quality Tourism) โดยการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติให้เป็น “จุดหมายปลายทางอัจฉริยะ” (Smart Destination) ที่พร้อมสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มทั้งชาวไทยและต่างชาติ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง