AIS ผนึกตำรวจ CIB ลุย “ปฏิบัติการตัดสายลวง” จับมิจฉาชีพแอบอ้างพนักงาน AIS หลอกเหยื่อ “ตรวจสอบบัญชี”

News Update

AIS เดินหน้าร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แถลงผลการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทโทรคมนาคม หลอกลวงประชาชนให้โอนเงินโดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน สร้างความเสียหายแก่ผู้เสียหายหลายราย

          จากกรณีดังกล่าว AIS ขอเน้นย้ำเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าว่า 

• บริษัทไม่มีนโยบายให้พนักงานโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลไปแจ้งข้อกล่าวหาทางคดี 

• บริษัทไม่มีนโยบาย ขอให้ลูกค้าโอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบบัญชี” หรือ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” ไม่ว่ากรณีใด 

• บริษัทไม่มีนโยบายในการโทรหาลูกค้าเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน เช่น เลขบัตรประชาชน เลขบัญชี รหัสผ่าน หรือรหัส OTP

• บริษัทจะติดต่อกับลูกค้าผ่านการโทรด้วยสายโทรศัพท์เท่านั้น และจะไม่ติดต่อเพื่อดำเนินการลักษณะดังกล่าวผ่านช่องทางอื่น 

• หากลูกค้าสงสัยว่ามีความเสี่ยงจากการหลอกลวง สามารถแจ้งมาได้ที่ บริการแจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร เพียงกด *1185# โทรออก หรือ 1185 AIS Spam Report Center ตลอด 24 ชั่วโมง

          ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่า คนร้ายติดต่อผู้เสียหายโดยอ้างเป็น “เจ้าหน้าที่ AIS” แจ้งว่ามีการนำบัตรประชาชนไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ในจังหวัดเลย และอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ก่อนสร้างสถานการณ์ให้เกิดความหวาดกลัว และหลอกให้ต่อสายไปยังผู้ที่อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งยังแอดไลน์และวิดีโอคอลเพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย โดยแสดงภาพบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และจำเป็นต้องโอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนดเพื่อ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน ก่อนภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นขบวนการมิจฉาชีพ

          ภายหลังได้รับการร้องเรียน AIS ได้เร่งประสานข้อมูลเชิงเทคนิคและรายละเอียดเส้นทางการติดต่อกับตำรวจ CIB เพื่อสนับสนุนการสืบสวน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นและหมายจับ และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ฉ้อโกงประชาชนโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น” รวมถึงความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

          ข้อแนะนำประชาชน

          AIS ยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิคแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัล และปกป้องประชาชนจากภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างต่อเนื่อง