เสียวหมี่ยกระดับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT สำหรับสวมใส่รุ่นใหม่ ฟังก์ชันครบครัน

i & Tech

กรุงเทพ— เสียวหมี่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT รุ่นใหม่มากมาย โดยขยายพอร์ตโฟลิโอด้วย 4 ผลิตภัณฑ์สวมใส่ ได้แก่ นาฬิกาอัจฉริยะ Xiaomi Watch S5 46mm, สมาร์ทแบนด์ Xiaomi Smart Band 10 Pro, Xiaomi Buds 6 และเฮดโฟน REDMI Headphone Neo ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมต่อกันได้อย่างลื่นไหลและชาญฉลาดยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน พร้อมตอบโจทย์กิจวัตรและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างลงตัว

          ทั้งนี้เสียวหมี่ยังได้เปิดตัว Violet Collection เฉดสีใหม่ที่โดดเด่นและมีความพรีเมียม โดยมีให้เลือกใน Xiaomi 17T Series และ Xiaomi Buds 6 ถ่ายทอดโทนสีม่วงเข้มอย่างมีระดับ ผ่านการเล่นกับแสงและพื้นผิวอย่างประณีต เพื่อสร้างลุคที่ทั้งทันสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

Xiaomi Watch S5 46mm: ดีไซน์สุดพรีเมียม พร้อมประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานในทุกวัน

          Xiaomi Watch S5 46mm ผสานฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการติดตามกีฬาอันล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่เรียบหรูและน้ำหนักเบา ด้วยตัวเรือนขนาด 46 มม. น้ำหนักเพียง 46 กรัม และตัวเรือนบางเฉียบเพียง 10.99 มม.1 โดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลระดับพรีเมียมที่ช่วยเสริมทั้งความแข็งแรงทนทานและความสวยงาม พร้อมตัวเลือกขอบหน้าปัดทั้งสเตนเลสสตีล เซรามิก และคาร์บอนไฟเบอร์ฟอร์จ ที่ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้กับตัวเรือน นอกจากนี้ ยังมีสายให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รวมถึงสายหนังแท้ดีไซน์ใหม่ ที่สามารถปรับลุคให้เหมาะกับทั้งการทำงาน การออกกำลังกาย และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.48 นิ้ว มาพร้อมขอบหน้าจอที่บางลงถึง 40% และความสว่างสูงสุดถึง 2,500 nits2 ช่วยให้มองเห็นการแจ้งเตือนและข้อมูลสุขภาพได้อย่างคมชัด แม้อยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ Xiaomi Surge ความจุ 815mAh รองรับการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 21 วันภายใต้การใช้งานแบบทั่วไป3 รองรับการติดตามสุขภาพและกิจกรรมกีฬาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมลดความถี่ในการชาร์จเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น4

          เพื่อมอบข้อมูลด้านสุขภาพและการดูแลร่างกายในชีวิตประจำวันได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น Xiaomi Watch S5 46mm มาพร้อมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง Passion Mode ที่สามารถตรวจจับท่าทางการเชียร์และแปลงเป็นข้อมูลเชิงสถิติได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรีที่เผาผลาญ หรือจำนวนครั้งในการเชียร์ ตัวนาฬิการองรับโหมดกีฬามากกว่า 150 รูปแบบ พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ 4 LED + 4 PD รุ่นอัปเกรด และอัลกอริทึมที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดสูงถึง 98.4%5 เพื่อการติดตามสุขภาพที่เชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ยังมาพร้อมระบบระบุตำแหน่ง GNSS แบบ Dual-band รองรับ 5 ระบบดาวเทียม ที่ได้รับการอัปเกรด เพื่อการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำและเสถียรยิ่งขึ้น ด้านการนอนหลับ Xiaomi Watch S5 46mm เพิ่มฟีเจอร์รายงานการนอนหลับแบบรายสัปดาห์และรายเดือน รวมถึงการติดตามค่า Sleep HRV เพื่อช่วยวิเคราะห์รูปแบบการพักผ่อนในระยะยาวได้อย่างละเอียดมากขึ้น6 โดยฟีเจอร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ อาทิ World Sleep Society, Asian Society of Sleep Medicine และ Chinese Sleep Research Society เพื่อมอบข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพการนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ตัวอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 3 ทำให้ Xiaomi Watch S5 46mm มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างลื่นไหลและไร้รอยต่อ โดยรองรับฟังก์ชันสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการถ่ายภาพระยะไกล การค้นหาสมาร์ทโฟน การควบคุมหูฟัง รวมถึงการซิงก์ข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ ตัวอุปกรณ์ยังรองรับการเชื่อมต่อกับ Xiaomi Home เพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะและระบบสมาร์ทโฮมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            Xiaomi Watch S5 46mm วางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดย Xiaomi Watch S5 46mm สี Ceramic Blue และ สี Jungle Green จะวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 6,290 บาท (จากราคาปกติ 7,290 บาท) และ Xiaomi Watch S5 46mm สี Silver และ สี Black จะวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 5,690 บาท (จากราคาปกติ 6,690 บาท) ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

Xiaomi Smart Band 10 Pro: ดีไซน์น้ำหนักเบา พร้อมฟีเจอร์ดูแลสุขภาพครบครันสำหรับทุกวัน

          Xiaomi Smart Band 10 Pro ได้รับการออกแบบให้เป็นสมาร์ทแบนด์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยผสานฟีเจอร์ติดตามสุขภาพอย่างครบถ้วนเข้ากับดีไซน์ที่พรีเมียมและรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.74 นิ้ว7 ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 2,000 nits ช่วยให้มองเห็นข้อมูลได้อย่างคมชัดแม้อยู่กลางแจ้ง8 แม้จะมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น แต่ Xiaomi Smart Band 10 Pro ยังคงรักษาดีไซน์บางเฉียบเพียง 9.7 มม.ในทุกรุ่น พร้อมน้ำหนักเบาเพียง 21.6 กรัม (ไม่รวมรุ่น Ceramic Edition)7 เพื่อความสบายตลอดการสวมใส่ทั้งวัน ตัวเรือนได้รับการผลิตด้วยอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูงเจเนอเรชันใหม่ มอบทั้งความทนทานและความสามารถในการป้องกันรอยขีดข่วนในรูปแบบที่มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 350mAh และชิปเซ็ตประหยัดพลังงาน ที่รองรับการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 21 วันภายใต้การใช้งานทั่วไป9

          นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว Xiaomi Smart Band 10 Pro ยังยกระดับการติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายด้วยโมดูล PPG รุ่นอัปเกรด พร้อมอัลกอริทึมที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวัดอัตราการเต้นของหัวใจสูงถึง 98.2%10 ตัวอุปกรณ์รองรับโหมดกีฬามากกว่า 150 รูปแบบ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง Track Mode สำหรับบันทึกข้อมูลการวิ่งในสนาม และโหมดปั่นจักรยานที่ได้รับการพัฒนาให้ติดตามการออกกำลังกายได้แม่นยำยิ่งขึ้น11 ด้านการติดตามการนอนหลับ Xiaomi Smart Band 10 Pro มาพร้อมรายงานแนวโน้มการนอนหลับ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอย่างค่า HRV และประสิทธิภาพการนอนหลับ ขณะที่อัลกอริทึมการนอนหลับเวอร์ชัน 2.0 ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับช่วงเวลาการหลับและแต่ละช่วงการนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น10

          นอกจากนี้ Xiaomi Smart Band 10 Pro ยังร่วมมือกับ Clue12 แอปพลิเคชันติดตามรอบเดือนและสุขภาพสตรีชั้นนำระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพผู้หญิงที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น เมื่อซื้อ Xiaomi Smart Band 10 Pro ผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิ์ทดลองใช้งาน Clue Plus ฟรีเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยแพ็กเกจพรีเมียมดังกล่าวมาพร้อมฟีเจอร์วิเคราะห์รอบเดือนเชิงลึก การคาดการณ์ช่วงเจริญพันธุ์ที่แม่นยำ การติดตามการตั้งครรภ์และช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน รวมถึงฟีเจอร์ด้านสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายจากสมาร์ทแบนด์เข้ากับข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพประจำเดือนจาก Clue ได้อย่างครบถ้วน เพื่อช่วยให้เข้าใจสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น และสามารถตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Xiaomi แล้ว Xiaomi Smart Band 10 Pro รองรับการซิงก์การแจ้งเตือน พร้อมสามารถจับคู่กับ iPhone ได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ผู้ใช้งานรับสาย ข้อความ และการแจ้งเตือนจากทั้งสองอุปกรณ์ได้ผ่านสมาร์ทแบนด์เพียงเครื่องเดียว13

           Xiaomi Smart Band 10 Pro วางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดย Xiaomi Smart Band 10 Pro สี Ceramic Edition Pearl White วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 2,990 บาท (จากราคาปกติ 3,990 บาท) และ สี Midnight Black, สี Glacier Silver และสี Lavender Pink จะวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 2,490 บาท (จากราคาปกติ 3,490 บาท) ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

Xiaomi Buds 6: สวมใส่สบาย พร้อมมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงยิ่งขึ้น

          ในฐานะหูฟังแบบกึ่งอินเอียร์ระดับแฟลกชิป มาพร้อมประสิทธิภาพด้านเสียงที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ผ่านการผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูงอย่างลงตัว โดยติดตั้งไดรเวอร์ไดนามิกแบบ Triple-Magnet ขนาด 11 มม. ที่ให้เสียงเบสหนักแน่นทรงพลัง พร้อมไดอะแฟรมชุบทอง 24K ซึ่งช่วยเพิ่มความไวของเสียงย่านแหลมได้ถึง 30% เพื่อถ่ายทอดเสียงสูงได้คมชัดและมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น14 ประสิทธิภาพด้านเสียงยังได้รับการยกระดับด้วยชุดเทคโนโลยีปรับแต่งเสียงดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการจูนเสียงโดยทีม Harman Golden Ear Team ที่มาพร้อมโหมด Harman Master Mode และ Harman AudioEFX เพื่อมอบคุณภาพเสียงที่สมจริงและสมดุลยิ่งขึ้น ขณะที่เทคโนโลยี Qualcomm aptX™ Lossless ยังรองรับการถ่ายทอดเสียงความละเอียดสูงแบบไม่สูญเสียรายละเอียด15 นอกจากนี้ ระบบยังรองรับ Adaptive Sound ที่ช่วยรักษาสมดุลของเสียงย่านกลางและต่ำให้คงที่ แม้ผู้ใช้งานจะมีรูปทรงใบหูแตกต่างกัน พร้อมเทคโนโลยีเสียงมีมิติแบบอิสระ16 ที่ทำงานร่วมกับระบบติดตามการเคลื่อนไหวศีรษะ (Head Tracking) เพื่อสร้างมิติเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มอบประสบการณ์การฟังที่สมจริงและเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น เพื่อการสนทนาที่คมชัดในชีวิตประจำวัน Xiaomi Buds 6 ยังมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนด้วย AI แบบ 3 ไมโครโฟน ร่วมกับโครงสร้างอะคูสติกแบบตาข่าย ที่สามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุดถึง 95dB17 และยังคงความชัดเจนของเสียงพูดแม้อยู่ในสภาพลมแรงสูงสุด 12 เมตรต่อวินาที18 เสริมด้วยระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่มีให้เลือกทั้งโหมด Balanced และ Deep เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกระดับการตัดเสียงรบกวนที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมยกระดับประสบการณ์การฟังให้ดื่มด่ำยิ่งกว่าเดิม

          Xiaomi Buds 6 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบทั้งความสบายในการสวมใส่และประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ โดยหูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนักเบาเพียง 4.4 กรัม19 พร้อมดีไซน์กึ่งอินเอียร์ตามหลักสรีรศาสตร์ที่โค้งรับกับรูปทรงธรรมชาติของใบหู ช่วยลดแรงกดและความไม่สบายที่มักเกิดขึ้นกับหูฟังอินเอียร์แบบทั่วไป ตัวเคสชาร์จมาในดีไซน์บางเฉียบ พกพาสะดวก พร้อมตัวเลือกสีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Graphite Black, Pearl White, Titan Gray และ Nebula Purple ด้านการเชื่อมต่อ Xiaomi Buds 6 รองรับการทำงานร่วมกับ Xiaomi HyperOS เพื่อการจับคู่ที่รวดเร็วและการสลับการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ Xiaomi อื่นๆ ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่หูฟังของ Xiaomi รองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Find My (สำหรับอุปกรณ์ Apple) และ Google Find Hub (สำหรับอุปกรณ์ Android™)20 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาอุปกรณ์ที่สูญหายผ่านเครือข่าย Apple หรือ Find Hub ได้อย่างสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น21

            Xiaomi Buds 6 มีทั้งหมดให้เลือก 4 สี ได้แก่ Graphite Black, Pearl White, Titan Gray และ Nebula Purple วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาพิเศษ 3,690 บาท (จากราคาปกติ 4,290 บาท) ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

REDMI Headphones Neo: เสียงเบสที่หนักแน่นในสไตล์ที่โดดเด่น

          REDMI Headphones Neo สุดยอดเฮดโฟนสุดเท่ห์ ที่ใช้ไดรเวอร์ไดนามิกขนาดใหญ่ขนาด 40มม. พร้อมไดอะแฟรมไทเทเนียม เสียงเบสทรงพลัง เสียงเทรเบิลอันประณีตและประสบการณ์การฟังที่เหนือกว่าในทุกด้าน รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Audio สำหรับการฟังผ่านสาย พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน Hi-Res Audio นอกจากนี้คุณยังสามารถปรับแต่งการใช้งานหูฟังได้อย่างง่ายดาย เพียงดาวน์โหลดแอป Xiaomi Earbuds เพื่อปรับการตั้งค่า EQ โดยคุณเป็นผู้ควบคุม ปรับการตั้งค่าเพื่อประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุด และติดตั้งการอัปเกรดเฟิร์มแวร์ออนไลน์ได้อีกด้วย

          ยิ่งไปกว่านั้นตัวอุปกรณ์ยังรองรับระบบตัดเสียงรบกวนสูงสุด 42dB พร้อมปรับระดับความลึกได้ 3 ระดับ และยังมาพร้อมระบบลดเสียงรบกวนแบบปรับได้เพื่อปรับให้เข้ากับระดับเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และยังให้ไมโครโฟน ถึง 3 ตัว และระบบ AI Noise Reduction สำหรับการสนทนาและรองรับการตัดเสียงลมได้สูงสุดถึง 5m/s สำหรับเรื่องการใช้งานตัวแบตเตอรี่นั้นยาวนานถึง 72 ชั่วโมงสำหรับการฟังเพลงอย่างต่อเนื่องเมื่อปิด ANC รองรับการชาร์จเร็ว ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง รวมทั้งยังรองรับ Google Fast Pair, การเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์, ฟีเจอร์แชร์เสียง และการใช้งานผ่านแอป Xiaomi Earbuds เพื่อการเชื่อมต่อที่ง่ายดาย

          REDMI Headphones Neo มี 2 สีสวยให้เลือก ได้แก่ Obsidian Black และ Sand White วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 1,990 บาท (จากราคาปกติ 2,990 บาท) ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม