วว. ผนึกกำลัง 4 หน่วยงานจังหวัดพะเยา ขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจฐานราก-แก้ปัญหา PM 2.5

Research Showcase

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ จังหวัดพะเยา มหาวิทยาลัยพะเยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และหอการค้าจังหวัดพะเยา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การใช้เทคโนโลยี ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตร พืชอัตลักษณ์ และนวัตกรรมเพื่อการแก้ไข PM 2.5 แบบยั่งยืนของจังหวัดพะเยา” มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของจังหวัดพะเยาอย่างเป็นรูปธรรม

            โดยมี นางสาวอรอาภา  โล่ห์วีระ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รศ. ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา นายธวัช สุทธวงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และนายกมลสันต์ ศรีวิราช ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา ร่วมลงนามความร่วมมือ โอกาสนี้ คณะผู้บริหาร  นักวิจัย บุคลากรทั้ง 4 หน่วยงาน  รวมทั้งหน่วยงานภาคีเครือข่าวทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ทั้งนี้ทุกภาคส่วนจะร่วมกันขับเคลื่อนโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดพะเยาในอนาคต อันสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศบนฐานเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป  ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมบวรรัตนประสิทธิ์ อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยา

            ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว ทั้ง 5 หน่วยงานจะร่วมกันดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรท้องถิ่น อาทิ พืช สมุนไพร ผลผลิตทางการเกษตร และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง และเวชสำอางสมุนไพรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งร่วมพัฒนานวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ PM 2.5 ของจังหวัดพะเยาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

            นางสาวอรอาภา  โล่ห์วีระ  กล่าวว่า จังหวัดพะเยา ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งจังหวัดพะเยามีศักยภาพด้านการเกษตร พืชอัตลักษณ์ และทรัพยากรที่หลากหลาย การนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาต่อยอด จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัด ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้มาร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของพื้นที่ และจะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดพะเยาอย่างยั่งยืน

            ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดพะเยา โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร พืชอัตลักษณ์ของจังหวัด รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

            “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี บุคลากร และเครือข่ายของทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างรายได้ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ พร้อมมุ่งหวังให้จังหวัดพะเยาเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

            รศ.ดร.สุภกร  พงศบางโพธิ์  กล่าวว่า การบริหารจัดการเพื่อประโยชน์เชิงพื้นที่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบูรณาการและความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยการต่อยอดนวัตกรรมและความยั่งยืนสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ทั้งในภาคการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้จริง ความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ยังเป็นการร่วมมือกันขององค์กรในทุกระดับในการพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างแนวทางการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน มหาวิทยาลัยพะเยาในฐานะสถาบันอุดมศึกษามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร นักวิจัย ห้องปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการ สู่ชุมชน ผู้ประกอบการ และภาคการผลิต เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยอย่างแท้จริง

            นายธวัช สุทธวงค์  กล่าวว่า นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดพะเยา ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร และการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกพื้นที่ของจังหวัด ทั้งนี้ อบจ.พะเยา พร้อมสนับสนุนและผลักดันความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนและชุมชนของจังหวัดพะเยา

            นายกมลสันต์ ศรีวิราช  กล่าวว่า ข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดพะเยาด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งหอการค้าจังหวัดพะเยาพร้อมเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

            นอกจากความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ภายใต้บันทึกความร่วมมือนี้ยังครอบคลุมถึงการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการและทรัพยากรร่วมกัน การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อภาคธุรกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนและผู้ประกอบการ ตลอดจนการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากทรัพยากรท้องถิ่นของจังหวัดพะเยาให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและนานาชาติให้ยั่งยืนต่อไป