สวทช.- BOI กางแผนสิทธิประโยชน์ ดันโรงงานไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ขนมาตรการทางภาษี-การลงทุน หนุนผู้ประกอบการ

News Update

(10 กรกฎาคม 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี จัดงานสัมมนา “สิทธิประโยชน์เพื่อการลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตสู่อุตสาหกรรม 4.0” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ผ่านมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ ภายในงานมีการบรรยาย หัวข้อ “มาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ”  และการบรรยาย หัวข้อ “Industrial Transformation: พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยด้วย Industry 4.0 และสิทธิประโยชน์เพื่อการลงทุน” แก่ผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สวทช. กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวว่า “ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงในเวทีโลก ต้นทุนที่สูงขึ้น และความผันผวนทางเศรษฐกิจ การนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดและปัจจัยสำคัญในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สวทช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนร่วมกับ BOI โดยใช้เครื่องมือสำคัญอย่าง Thailand i4.0 Index ซึ่งมีผู้ประกอบการสนใจเข้ารับการประเมินแล้วมากกว่า 2,200 กิจการ และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ สวทช. เพื่อการยกระดับสู่ Industry 4.0 มากกว่า 500 กิจการ ความร่วมมือที่แข็งแกร่งนี้ ผลักดันให้เกิดแผนมูลค่าการลงทุนจริงรวมแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยมีความเชื่อมั่นและตื่นตัวอย่างมาก การจัดงานในวันนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และสิทธิประโยชน์ทางภาษี ให้ผู้ประกอบการนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน” ดร.พนิตา กล่าว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคการผลิตว่า “ในเวทีโลกปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่ยังพึ่งพาแรงงานและเครื่องจักรแบบเดิมจะแข่งขันได้ยากขึ้น จากความท้าทายรอบด้านทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น แรงกดดันจากคู่แข่งในภูมิภาค การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และความผันผวนจากปัจจัยภายนอก การเร่งยกระดับผลิตภาพด้วยเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติและนวัตกรรม จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะกำหนดว่าใครจะอยู่รอดในเวทีการแข่งขันโลก”

“ที่ผ่านมา มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) ของ BOI ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564 – พ.ค. 2569) มีคำขอรับการส่งเสริมรวมแล้วถึง 2,062 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 206,054 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนชัดถึงความตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยที่มุ่งพลิกโฉมการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 คณะอนุกรรมการภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ยังได้อนุมัติให้การส่งเสริมอีก 17 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,033 ล้านบาท เพื่อหนุนนิติบุคคลไทยปรับตัวสู่ Smart Factory ใช้ AI และ Data Analytics ซึ่งความร่วมมือบูรณาการกับ สวทช. ในครั้งนี้ รวมถึงกิจกรรม Investor Clinic จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัด และสร้างรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมขั้นสูงที่โลกยอมรับอย่างยั่งยืน” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) เป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระต้นทุนด้วยสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามสัดส่วนเงินลงทุน ซึ่งเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาดตั้งแต่ SMEs จนถึงรายใหญ่ โดยการสนับสนุนครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพ, การยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

บริษัทที่มาร่วมออกบูธ

อย่างไรก็ดีการบูรณาการระหว่าง BOI และ สวทช. ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินความพร้อม วางแผนลงทุน คัดเลือกเทคโนโลยี และใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเป็นรากฐานของ Ecosystem อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน BOI พร้อมจับมือ สวทช. สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ องค์ความรู้ และนวัตกรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสู่ Smart Industry 4.0 ได้อย่างมั่นใจ

ด้านนายอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตน้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันพืชกุ๊ก ถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “เปลี่ยนเกมธุรกิจด้วย BOI ประสบการณ์จริงจากผู้ได้ประโยชน์มาตรการ Industry 4.0” ได้เผยถึงแนวทางขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จด้วยการประยุกต์ใช้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) จากฺ BOI  โดยเน้นย้ำว่า “บุคลากร” คือฟันเฟืองสำคัญที่สุดที่ต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจุดเริ่มต้นของการยกระดับองค์กร คือการสำรวจประเภทธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อศึกษามาตรการส่งเสริมที่สอดคล้องกับกิจการ ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินความพร้อมผ่านระบบ “Thailand i4.0 Index” ซึ่งเป็นเครื่องมือออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินระดับความพร้อมในการก้าวสู่ยุค Industry 4.0 ได้ด้วยตนเองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เมื่อทราบระดับความพร้อมขององค์กรแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับกำไรและศักยภาพ เพื่อให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและใช้สิทธิประโยชน์จาก BOI ได้อย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ต้องมุ่งเน้นการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (Smart & Sustainable Industry) โดยผู้บริหารต้องลงมาเป็นผู้นำ และผลักดันให้ทุกหน่วยงานในองค์กรมีส่วนร่วม เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart & Sustainable Development อย่างแท้จริง