. ในยุคที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนไทย ต่างมุ่งพัฒนาแอปพลิเคชั่นของตนเอง แต่บางครั้งก็ไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ส่งผลให้มีแอปพลิเคชั่นจำนวนมากถูกทิ้งร้าง ไม่มีการใช้งาน กลายเป็นสุสานแอปพลิเคชั่น ที่ประชาชนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีแอปฯเหล่านี้
. จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ! ที่จะมีแอปพลิเคชั่นหรือแพลตฟอร์มใดของหน่วยงานคนไทย ที่สามารถขยับขยายการใช้งาน จากแอปพลิเคชั่นเล็ก ๆ และค่อยๆ เติบโตไปพร้อมๆ กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จนกลายเป็นแพลตฟอร์มแก้ไขปัญหาเมือง ที่โดนใจทั้งหน่วยงานผู้ให้บริการและผู้รับบริการอย่างประชาชน
. และ “Traffy Fondue” ก็คือแพลตฟอร์มนั้น
. พิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขที่สะท้อนถึงความไว้วางใจทั้งจากภาครัฐและประชาชนในวงกว้าง ซึ่งปัจจุบัน แพลตฟอร์ม Traffy Fondue มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมมากกว่า 24,000 แห่ง มีการแจ้งเรื่องสะสมแล้วกว่า 2 ล้านเรื่อง โดยสามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จแล้วกว่า 77 % ของเรื่องทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการใช้งานครบทุกส่วนราชการใน 37 จังหวัด ครอบคลุมประชากรมากกว่า 34 ล้านคน

. เพื่อเชิดชูเกียรติและให้กำลังใจหน่วยงานที่ที่มีผลงานโดดเด่นในการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล Traffy Fondue มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนและแก้ไขปัญหาเมืองได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และโปร่งใส กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานดีเด่น “Traffy Fondue: City Transformers Awards” ขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้


. ในงาน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ย้ำว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ หากปราศจาก “หัวใจของผู้ใช้งาน” และ Traffy Fondue พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องเป็น “เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายและรับใช้ประชาชนได้จริง” สามารถเปลี่ยนปัญหาให้เป็นข้อมูล เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นนโยบาย และเปลี่ยนนโยบายสู่การลงมือแก้ไขปัญหาที่โปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในทุกมิติ

.
. ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวชื่นชมว่า ” Traffy Fondue ไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันรับแจ้งเหตุ แต่คือ ‘นวัตกรรมเปลี่ยนเมือง’ ที่เชื่อมโยงประชาชนและหน่วยงานรัฐเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง พิสูจน์ให้เห็นพลังการใช้เทคโนโลยีและ Big Data ช่วยยกระดับการทำงาน มีโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังรองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลอย่างแม่นยำและมีการออกแบบหน้าต่างการใช้งานที่คำนึงถึงทุกคน ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม”
@ จุดเริ่มต้น “แอพข้อมูลจราจรอัจฉริยะ” สู่ “แพลตฟอร์มแก้ไขปัญหาเมือง”
. ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ผู้พัฒนา Traffy Fondue มาตั้งแต่เริ่มต้น เล่าว่า จุดกำเนิดของแพลตฟอร์มนี้ เริ่มต้นหลังจากเรียนจบปริญญาเอกและกลับมาเริ่มทำงานวิจัยที่เนคเทค สวทช. เรื่อง “จราจรอัจฉริยะ” เมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยนำการรายงานข้อมูลจราจรจากที่ต่าง ๆ มาแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือ กลายเป็นแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจร ที่เรียกกันว่า “Traffy” ( ทราฟฟี่ ) ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีกูเกิลแมฟ คนส่วนใหญ่จึงมักจะใช้ Traffy เป็นตัวช่วยในการวางแผนการเดินทางและตรวจสอบการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่จราจรติดขัด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ ๆ ทั้งปีใหม่และสงกรานต์

. ต่อมามีการพัฒนาต่อเป็นโครงการ “Traffy Eye” (ทราฟฟี่ อาย) โดยการแจกกล้อง CCTV ไปติดที่ตึกสูงต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อส่งข้อมูลภาพจราจรกลับมาให้ประชาชนดูได้จากที่บ้าน โครงการนี้ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ที่ทุกคนต้องการเช็กสภาพน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ
. และวิวัฒนาการครั้งสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อทีมงานได้ทำโครงการ Smart City ที่จังหวัดภูเก็ต จึงมีการต่อยอดระบบกับการบริหารจัดการขยะ ในชื่อว่า “Traffy Waste” (ทราฟฟี่ เวสต์) หรือระบบจัดการการเก็บขยะอัจฉริยะ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการการเก็บขยะซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของคนเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการติด GPS ที่รถขยะเพื่อดูจุดเก็บและเวลาที่ใช้จริง ซึ่งพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับที่ภาครัฐตั้งเป้าไว้ จากจุดนั้นจึงเกิดแนวคิด “Human Sensor” หรือการให้ “คน” ที่ประสบปัญหา เป็นเซ็นเซอร์แจ้งเหตุกลับมายังภาครัฐ ผ่านแพลตฟอร์ม “Traffy Fondue” (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) ที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารปัญหาเมืองระหว่างประชาชนและหน่วยงานที่รับผิดชอบ
. การให้บริการเริ่มจากการแจ้งเรื่องขยะ เมื่อได้ผลตอบรับดีจึงขยายการใช้งานและขยายขอบเขตไปยังปัญหาอื่น ๆ เช่น ถนน, ฝาท่อ, ฟุตบาท และไฟฟ้าแสงสว่าง ระหว่างนั้นมีการนำระบบที่พัฒนาขึ้นไปประยุกต์ ใช้งานกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยใช้รับแจ้งการเผาหรือการเกิดไฟป่าใน 50 จังหวัด รวมถึงใช้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ซึ่งพบการระบาดในเกือบทุกพื้นที่ ทีมนักวิจัยเนคเทค สวทช. ได้ประยุกต์ใช้ “Traffy Fondue” ในแพลตฟอร์มไลน์แชตบอท เพื่อให้ประชาชนใช้ในการรายงานข้อมูลบุคคลเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงการระบาดโควิด-19 และพื้นที่กรุงเทพมหานครเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างรวดเร็ว
ดร.วสันต์ บอกว่า Traffy Fondue เติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อ รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในสมัยแรก นำมาใช้กับกรุงเทพมหานคร เมื่อ ปี 2565 การที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นมหานครขนาดใหญ่มาเป็นผู้ใช้งานหลัก ทำให้แพลตฟอร์มนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ปัจจุบันมี อบต. และเทศบาลกว่า 5,000 แห่ง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 37 จังหวัดที่นำไปใช้งาน
@ สถิติการแก้ไขปัญหา ที่พัฒนาขึ้นในทุกมิติ

. ดร.วสันต์ กล่าวว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ได้ขยายการใช้งานครบทุกส่วนราชการกว่า 37 จังหวัด และมีสถิติการแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน ที่พัฒนาขึ้นในทุกมิติ เช่น อัตราการแก้ไขเสร็จสิ้นเพิ่มจาก 69% เป็น 75% ระยะเวลารับเรื่องเฉลี่ยลดจาก 12 วัน เหลือเพียง 1 วัน ระยะเวลาแก้ไขเฉลี่ยลดจาก 3 เดือน เหลือ 0.5 เดือน และความพึงพอใจของประชาชนเพิ่มจาก 3.9 เป็น 4.3 (เต็ม 5) ผู้ให้คะแนน 5 ดาวเพิ่มขึ้นจาก 49% เป็น 70% และยังพบว่า ประชาชนยังคงแจ้งเรื่องนอกเวลาราชการสูงถึง 67.5 % สะท้อนถึงความจำเป็นของช่องทางดิจิทัล 24 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถปิดเรื่องนอกเวลาได้มากขึ้นโดยเฉพาะช่วงค่ำ–ดึก
. ทั้งนี้ทีมวิจัยมีการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ฟีเจอร์ใหม่จำนวนมากที่ยกระดับการให้บริการ ครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่มผู้ใช้งาน ได้แก่ ผู้แจ้ง เจ้าหน้าที่ และผู้บริหาร อาทิ แนบสื่อหลากหลายรูปแบบส่งภาพได้ 10 รูปต่อการแจ้ง 1 ครั้ง แจ้งด้วยคลิปวิดีโอ ส่งภาพเพิ่มเติมหลังแจ้งเรื่อง การตรวจสอบและเซนเซอร์ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับ PDPA รวมถึงตรวจคำหยาบและภาพไม่เหมาะสม
. มีการใช้เทคโนโลยี AI ระบุประเภทเรื่องแจ้งและแนะนำหน่วยงานที่รับผิดชอบ AI วิเคราะห์เรื่องแจ้ง ให้ข้อมูลปัญหา เป้าหมาย แนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้นและยั่งยืน และมีการพัฒนาตัวชี้วัด พร้อมแนวทางป้องกันปัญหาซ้ำ รวมถึงรวมเคสเดียวกันเป็นกลุ่ม เพื่อลดภาระเจ้าหน้าที่ สามารถส่งต่อหลายหน่วยงานในครั้งเดียว พร้อมระบบแนะนำหน่วยงานที่เหมาะสม และพร้อมในภารกิจพิเศษเฉพาะกิจ เช่น แจ้งอาคารร้าวจากเหตุแผ่นดินไหว การขึ้นทะเบียนสุนัข/แมว แจ้งอุตสาหกรรมและขยายผลสู่กรม กอง กระทรวงต่างๆเพื่อรับแจ้งตามภารกิจอย่างต่อเนื่อง
@ “กทม.” ผู้ใช้งานหลัก ที่ทำให้ Traffy Fondue เติบโตอย่างก้าวกระโดด
. รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึง Traffy Fondue ว่าเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาเปลี่ยนรูปแบบการบริหารราชการ ที่ไม่ต้องรอเพียงการแก้กฎหมาย และเทคโนโลยีที่ใช้ ไม่ควรเริ่มจากความต้องการในการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้มากที่สุด แต่ต้องเริ่มจากคำถามที่ว่าประชาชนต้องการอะไร ตอบโจทย์ปัญหาของคนได้จริงหรือไม่ เพราะเมือง ก็คือ คน จึงต้องเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง หรือ People Centric

. ที่สำคัญ เทคโนโลยีของเมืองควรอยู่ตรงจุดตัดของ 3 เรื่อง คือ ประชาชนต้องการ ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และเทคโนโลยีทำได้จริง ซึ่ง Traffy Fondue เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือใช้งบประมาณสูงเสมอไป หากออกแบบให้ตรงกับปัญหา ประชาชนใช้งานได้จริง และหน่วยงานรัฐนำไปจัดการต่อได้ทันที ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ต่อเมืองได้เป็นอย่างมาก
. ด้วยจุดเด่นของแพลตฟอร์ม คือไม่ต้องผ่านผู้ควบคุม ขยายได้อย่างรวดเร็ว การเข้าใช้งานทำได้อย่างสะดวก และมีระบบสะท้อนความคิดเห็น ทำให้ Traffy Fondue กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ไปลดขั้นตอนระบบราชการแบบเดิม ๆ ทำให้ปัญหาของประชาชนเข้าสู่ระบบกลางโดยตรง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นเรื่องได้เร็วขึ้น และการแก้ปัญหาไม่ต้องรอคำสั่งหลายทอดเหมือนระบบเดิม นอกจากนี้ Traffy Fondue ยังลงทุนไม่สูงมาก และใช้อุปกรณ์ที่ประชาชนมีอยู่แล้ว คือมือถือและอินเทอร์ ประชาชนจะเป็นเสมือนเซนเซอร์ที่ส่งข้อมูลเข้ามา ทำให้รัฐเห็นปัญหาได้ละเอียดมากขึ้น
. อย่างไรก็ดี หลังกรุงเทพมหานคร หรือ กทม.เปิดใช้งาน Traffy Fondue ในปี 2565 ระบบมีผู้แจ้งเรื่องเข้ามาจำนวนมากตั้งแต่ช่วงแรก จนทำให้วิธีทำงานของข้าราชการ กทม. ต้องปรับตัว จากเดิมที่รอคำสั่งตามลำดับขั้น มาเป็นการเฝ้าดูปัญหาที่ประชาชนแจ้งเข้ามา รับเรื่อง กระจายงาน และติดตามผลผ่านระบบ

.
. ที่ผ่านมา มีผู้แจ้งเรื่องเข้ามา 1,345,336 เรื่อง ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 1,097,431 เรื่อง ซึ่งการใช้ Traffy Fondue ส่งผลที่ชัดเจน คือ ระยะเวลาแก้ปัญหาที่ลดลง จากช่วงแรกที่ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาในแต่ละเรื่องโดยเฉลี่ยจะใช้เวลาถึง 2 เดือน ปัจจุบันเหลือเพียง 1.9 วันต่อเรื่อง ทั้งนี้ กทม.ไม่ได้ใช้ Traffy Fondue เพียงแค่แจ้งปัญหาประจำวัน แต่ยังมีการนำไปปรับใช้กับสถานการณ์วิกฤต เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ซึ่งประชาชนกังวลเรื่องรอยร้าวในอาคารจำนวนมาก ซึ่ง กทม. ได้ใช้ Traffy Fondue เป็นช่องทางให้ประชาชนถ่ายภาพรอยร้าวและส่งข้อมูลเข้ามา ทำให้ทีมส่วนกลางสามารถคัดกรองเบื้องต้นจากภาพถ่ายได้อย่างรวดเร็ว
. อนาคต กทม. มีแผนจะประยุกต์ใช้ Traffy Fondue ในการทำงานเชิงรุกมากขึ้น เช่น ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI ในการตรวจจับภาพปัญหาของเมือง เช่น ถนน ขยะ ป้ายโฆษณาต่าง ๆ และส่งเป็นคำร้องเข้าสู่แพลตฟอร์ม Traffy Fondue อัตโนมัติเพื่อแก้ไขโดยไม่ต้องรอให้ประชาชนแจ้งเข้ามา นอกจากนี้จากฐานข้อมูลกว่า 1.3 ล้านเรื่อง ยังสามารถนำมาวิเคราะห์รูปแบบปัญหา คุณภาพการแก้ไข หรือปัญหาที่เกิดซ้ำในแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้นอีกด้วย
. และล่าสุดในวันเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 ของ รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการกล่าวถึงแผนปฏิบัติการเร่งด่วน 100 วัน ซึ่งครอบคลุมด้านต่าง ๆ รวมถึงจะพัฒนาระบบ Traffy Fondue ให้ทำงานเชิงรุก โดยประชาชนจะสามารถติดตามความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันได้อีกด้วย
@ พันธมิตรผู้ใช้งาน ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Traffy Fondue

.

. ปัจจุบัน Traffy Fondue ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน แต่ยังขยายไปใช้ในหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เช่น การไฟฟ้า โรงพยาบาล (สำหรับแจ้งซ่อมอุปกรณ์การแพทย์) และภาคเอกชน รวมถึงมีการนำไปประยุกต์ใช้ในการเก็บข้อมูลและวิเคราะผล เพื่อช่วยผู้บริหารติดตามสถานะการทำงานได้อย่างโปร่งใสและเรียลไทม์ ตลอดจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในมิติอื่นๆ เช่น การเสนอแนะนโยบายรัฐหรือการดูแลแรงงานในต่างประเทศได้อย่างครอบคลุม

. คุณประโยชน์เหล่านี้นอกจากจะมีทีมวิจัยจาก สวทช. ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของระบบแล้ว ยังมีหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมกันสร้างสรรค์เทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์สังคม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเร็ว ๆ นี้ จะมีการนำแพลตฟอร์ม “Traffy Fondue” ไปใช้กับระบบรับเรื่องร้องเรียนของกระทรวงแรงงาน เพื่อเปิดช่องทางร้องทุกข์และช่วยติดตามความเดือดร้อนให้กับพี่น้องแรงงานไทยกว่า 45 ล้านคน คาดว่าจะพร้อมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมนี้
ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการขับเคลื่อน “Traffy Fondue for Education” ระบบกลางเพื่อการรับแจ้งเหตุและบริหารจัดการปัญหาด้านสิทธิและความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยในการแจ้งเหตุและติดตามการช่วยเหลือที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส และตรวจสอบได้ สามารถรับฟังและนำไปแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว คาดเปิดนำร่องภายในเดือนกันยายนนี้
. เรียกได้ว่า “Traffy Fondue” ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการบริหารจัดการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ผ่านสถิติการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วและโปร่งใส ด้วยแนวคิดเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายแต่ทรงพลังในการเชื่อมโยงภาครัฐและประชาชนเข้าด้วยกัน แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ แต่ยังเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนปัญหาเมืองให้เป็น “นโยบายที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้แก่สังคมไทยในอนาคต.
