(27 กรกฎาคม 2569) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า (โยธี) กระทรวง อว. และผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ ภายใต้แนวคิด Thailand2 ซึ่งมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต (Lifelong Learning) และยกระดับศักยภาพคนไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนากำลังคนเป็นวาระแห่งชาติที่เชื่อมโยงทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม พร้อมมอบหมายให้ สอวช. เร่งพัฒนากลไกด้านข้อมูลทักษะ การวิเคราะห์กำลังคน และเครื่องมือสนับสนุนการกำหนดนโยบาย เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ

สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของประเทศไทย โดย ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการ สอวช. นำเสนอกรอบการดำเนินงานด้านการพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยกล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงสถานการณ์การลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยเมื่อพิจารณาความสามารถทางการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่ต้องลงทุน และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พบว่าโอกาสในการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ได้แก่ กลุ่ม IC Design ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง แต่ลงทุนต่ำเมื่อเทียบกับส่วนอื่น กลุ่มชิปควบคุมพลังงาน (Power) ชิปควบคุมแสง (Photonics) และชิปเซนเซอร์ (Sensor) ที่ยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาดอย่างชัดเจน และมีระดับการลงทุนเริ่มต้นต่ำ แต่ตลาดมีความต้องการสูง และในกลุ่ม PCB และ PCBA ที่มีบริษัทผู้เล่นจำนวนมาก และไทยเป็นที่ยอมรับในการเป็นฐานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญในตลาดโลก

ในด้านการเชื่อมโยงในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain) พบว่าภาพรวมของอาเซียน การเชื่อมโยงใน Global Value Chain ช่วยยกระดับมูลค่าเพิ่ม แต่ก็ทำให้ความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพิ่มขึ้น จึงต้องเสริมเรื่องการรวมกลุ่มกันของอาเซียน (ASEAN Integration) เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองและความยืดหยุ่นของภูมิภาค ซึ่งไทยกําลังขยับสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น แต่เผชิญความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกันจึงต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถและการกระจายความเสี่ยงดังกล่าวด้วย
ในแง่การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค สอวช. ได้นำเสนอข้อเสนอจากประเทศไทย ในการประชุม 3rd Regional Workshop: Developing the ASEAN Semiconductor Roadmap: Enabling Pathways for Strategic Investment ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนความร่วมมืออาเซียน ในการจัดทำแผนที่นำทาง (Roadmap) การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน ผ่านการกำหนดแนวนโยบาย กลไกเชิงสถาบัน และธรรมาภิบาล เพื่อยกระดับอาเซียนให้เป็นภูมิภาคที่มีความเชื่อมโยงและมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์มากยิ่งขึ้น โดยได้เสนอให้มีการตั้งเป้าหมายในเชิงจำนวนร่วมกันที่ชัดเจนขึ้น และเพิ่มเติมการบรรจุ Photonics และ PCB ลงใน Roadmap เสนอการพัฒนาแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านการพัฒนาและแลกเปลี่ยนกําลังคนทักษะสูง ควบคู่กับการวิจัยร่วมกัน และในการพัฒนากําลังคน มุ่งเน้นระบบติดตาม วิเคราะห์ และคาดการณ์ข้อมูลกําลังคน (Talent Observatory) การจัดทำ Skill Framework รวมถึงการขยายผลโครงการ Thailand Skill Bridge เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะกำลังสมรรถนะสูงให้ตอบความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม

ขณะที่ กระทรวง อว. ได้ประกาศแผนงาน Siam Silica Framework ในการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม เป็นกรอบการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาในสาขาสำคัญ ได้แก่ Photonics FAB, Advanced Packaging, Silicon Design, Quantum Photonics และ Power Devices ควบคู่กับการพัฒนากำลังคน การวิจัยและนวัตกรรม การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ และการดึงดูดการลงทุน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาค
สอวช. ยังได้จัดทำข้อมูลความต้องการกําลังคนเพิ่มเติมภายใต้แผนงาน Siam Silica ที่มีความต้องการกำลังคนที่เป็นอาจารย์ 152 คน นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ วิศวกรอาวุโส 950 คน แรงงานทักษะสูง วิศวกร 553 คน และช่างเทคนิค 1,330 คน เพื่อตอบเป้าหมายของประเทศในการสร้างให้เกิด 8 IC Design 1 Fabrication และ 2 Advanced Packaging ภายในปี 2030 ซึ่งการพัฒนากำลังคนเหล่านี้ต้องอาศัยกลไกและมาตรการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง อว. (สป.อว.) ในการสนับสนุนงบประมาณ สนับสนุนทุนแบบมุ่งเป้า และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ในการสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนากำลังคน รวมถึงทุนวิจัยร่วมกับนานาชาติ และทุนวิจัยร่วมอุตสาหกรรมในเทคโนโลยีเป้าหมายร่วมกับเอกชน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกอบรม การวิจัยร่วมอุตสาหกรรม การรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ในการส่งเสริมการบ่มเพาะและเข้าถึงแหล่งทุนของสตาร์ทอัพ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการสนับสนุนทุนบัณฑิตศึกษาร่วมภาคอุตสาหกรรม ร่วมดำเนินการหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ IC Design สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการกำหนดเงื่อนไขกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เชื่อมโยงกับการพัฒนากำลังคนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึง สอวช. ที่มีบทบาทในการจัดทำแผนการผลิตและพัฒนากําลังคนและโครงการยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ออกแบบกลไกการพัฒนากําลังคนและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน สนับสนุนการพัฒนาและขับเคลื่อนหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ในระดับปริญญาตรี รวมถึงการยกระดับ STEMPlus Platform เพื่อสนับสนุนการ Reskill และ Upskill แรงงานจากอุตสาหกรรมเดิมสู่ภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

ภายหลังการนำเสนอ ที่ประชุมได้ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเห็นพ้องว่า การพัฒนากำลังคนต้องเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งควรส่งเสริมรูปแบบการเรียนควบคู่การทำงาน (Work-integrated Learning) เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากสถานประกอบการจริง และสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา
ที่ประชุมยังเสนอให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ดำเนินการในลักษณะโครงการบูรณาการระดับประเทศ ครอบคลุมทั้งการพัฒนากำลังคน การวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน กฎหมายและกฎระเบียบ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน โดยกำหนดเป้าหมาย งบประมาณ และหน่วยงานรับผิดชอบในแต่ละด้านอย่างชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นร่วมกันว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน แต่เป็น เทคโนโลยีฐาน (Foundation Technology) ที่จะเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมมูลค่าสูงอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ได้มอบหมายให้ สอวช. นำข้อเสนอแนะของกรรมการไปปรับปรุงรายละเอียดของแผนการดำเนินงาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทยในอนาคต
