ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง ในการลดการบริโภคโซเดียมจำเป็นต้องทำทั้งการสื่อสารและมาตรการเชิงระบบควบคู่กัน สสส.เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อน “เครือข่ายลดบริโภคเค็ม” ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน ทั้งการรณรงค์สร้างความรอบรู้ให้ประชาชนปรับพฤติกรรมลดการบริโภคโซเดียม การสนับสนุนเครื่องมือและนวัตกรรมในพื้นที่ เช่น เครื่องตรวจวัดความเค็มในอาหาร (Salt Meter) เพื่อช่วยให้ประชาชนเห็นปริมาณโซเดียมจริงและปรับลดได้ง่ายขึ้น

ด้านรศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็มกล่าวว่า เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ได้ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ เป็นบทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ไฟล์ release master hi-rest เพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็มตามลิงค์แนบ https://drive.google.com/drive/folders/1hdQOJAr6_Fg34nbl_PboyXqHFXl6R4ms?usp=drive_link ชื่อเพลง ด้วยความห่วงไต ภายในลิงค์แนบประกอบด้วย
1. Lodkem_Longform_2Min (MV เพลงเต็ม 2 นาที)
2. Lodkem_30s_Version 1 (MV cutdown ท่อน 1 ประมาณ 30sec) ใช้ตัวนี้เป็น Teaser
3. Lodkem_30s_Version 2 (MV cutdown ท่อน 2 ประมาณ 30sec)
4. Lodkem_30s_Version 3 (MV cutdown ท่อน 3 ประมาณ 45sec)

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่มีการบริโภคอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคไตเรื้อรังได้ ซึ่งจากผลการสำรวจโดยการตรวจเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงที่เก็บในปี 2565 และ 2569 3,636 – 3,650 มก./วัน จะคิดปริมาณการบริโภคโซเดียมเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นประมาณ 12% ทั้งนี้แนวโน้มการบริโภคโซเดียมโดยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จาก 3,264 มิลลิกรัม (มก.)/วัน ซึ่งจากการสำรวจสถานการณ์การบริโภคอาหาร ความมั่นคงทางอาหารและความรอบรู้ด้านอาหารของประชาชนไทยพบว่าคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยเฉลี่ย 22 กรัม/วัน และ14 กรัม/วัน ในเพศชายและเพศหญิง ขณะที่มีการบริโภคขนมขบเคี้ยว โดยเฉลี่ย 32 กรัม/วัน และ29 กรัม/วัน ในเพศชายและเพศหญิง นอกจากนี้หากมีการลดปริมาณโซเดียมลงได้ จะสามารถป้องกันการเกิดโรคกับผู้ป่วยรายใหม่ของโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคไต คาดว่าป้องกันได้ประมาณ155,000 ราย โดยเชื่อว่าจะป้องกันได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 1.5 เท่า ในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากที่สุด

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การทำเพลง “ด้วยความห่วงไต” เรามีคุณหมอคุณพยาบาล และผู้ป่วยโรคไต ตัวจริงมาร่วมแสดงกันจริงๆ ซึ่งทุกๆ คนที่ร่วมแสดงมีความตั้งใจที่อยากส่งความห่วงใยให้ทุกๆ คน ลดโซเดียม ลดเค็ม ผ่านบทเพลง “ด้วยความห่วงไต” จากคุณหมอที่มาขอร้องให้ลดซด ลดปรุง ลดจิ้ม เพราะไม่อยากให้กินเค็มจนไตพัง และพร้อมให้ทุกคนนำเพลงไปเผยแพร่ขยายผลต่อได้ “ด้วยความห่วงไต ด้วยใจจริง” จากคุณหมอ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สมาคมผู้ป่วยโรคไต สสส. และภาคีเครือข่าย” และต้องขอขอบคุณทีมงานนักแสดงเป็นคุณหมอและคุณพยาบาล อาสาสมัครผู้ป่วยโรคไต และผู้ร่วมแสดงรับเชิญ ได้แก่ นพ.ศรุต พึ่งปรีดา, นพ.ปิติพันธ์ ทรัพย์วรฤทธิ์, พว. วิไลพร อรรคบุตร,พว. กาญจนา ศรีบุศย์ดี, พว.สุทธาสินีย์ จุ่นหัวโทน,พว. จิตรลดา กมลผัน,พว.ภัทรานิษย์ ศรีประโมทย์,พว. ศิริภา สว่างสุข,พว.เบญจรัตน์ ตัดสมัย,พว. สุดารัตน์ โคตรสุวรรณ, ผช.พว.วาสนา ชนะโม,นกอ.นภทีป์ ป้อมสันเทียะ,นที จันทสิริยากร (ผู้ป่วยโรคไต)สุรัตน์ บำรุงศิลป์ (ผู้ป่วยโรคไต)และ นายกฤตภาส พุฒิกิตติวุฒิ (ผู้ร่วมแสดงรับเชิญ) เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
