ทรู คอร์ปอเรชั่น ขับเคลื่อน Quantum Club Thailand เปิดตัว 3 โครงการเรือธง เร่งเปลี่ยนผ่าน “ควอนตัม” จากเทคโนโลยีอนาคต สู่การลงมือทำจริงของประเทศไทย คาดพร้อมเปิดตัว Use Case การใช้ควอนตัมกับโครงข่ายโทรคมนาคม เป็นครั้งแรก ๆ ในไทยเดือนธันวาคมนี้

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าควอนตัมคอมพิวติ้ง เป็นเทคโนโลยีการคำนวณรูปแบบใหม่ที่สามารถประมวลผลหลายทางเลือกพร้อมๆ กันได้ ต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ต้องประมวลผลทีละลำดับ ทำให้มีความเร็วสูงกว่ามหาศาล โดยจะทำงานร่วมกับระบบเดิมอย่าง CPU และ GPU ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีควอนตัมมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มูลค่าการใช้จ่ายทั่วโลกสูงถึง 12.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีองค์กรมากกว่า 300 แห่งนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงมีความต้องการบุคลากรด้านนี้สูงมากในตลาด
สำหรับประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เครือเจริญโภคภัณฑ์ อไรซ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น QTRic เครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมในประเทศไทยที่มีนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน และ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมจากสหรัฐอเมริกา ได้มีการจัดตั้ง “Quantum Club Thailand” แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับประเทศ ขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเชื่อมโยงและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม สตาร์ทอัพ และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับนานาชาติ เพื่อเร่งการพัฒนากำลังคน การวิจัย การปรับใช้ในภาคอุตสาหกรรม และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนเตรียมความพร้อมผลักดันโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ และเสริมสร้างขีดความสามารถเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย ให้ขับเคลื่อนและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจควอนตัมระดับโลกอย่างยั่งยืน
เป้าหมายของ Quantum Club Thailand ไม่ใช่จำนวนกิจกรรมหรือจำนวนสมาชิก แต่คือการสร้าง Talent, Use Cases, Research Capability และ Ecosystem ที่พร้อมรองรับอนาคตของเทคโนโลยีควอนตัม และสร้างขีดความสามารถให้ประเทศไทย
ทั้งนี้โครงการได้ให้ความสำคัญกับ 4 องค์ประกอบหลักของเทคโนโลยี คือQuantum Optimization การเพิ่มประสิทธิภาพโจทย์ที่ซับซ้อน , Quantum Simulation การจำลองระบบและวัสดุ, Quantum AI for Intelligent Infarstructure โครงสร้างพื้นฐานระบบอัจฉริยะ และ Quantum Security การสร้างความพร้อมในการรับมือภัยจากเทคโนโลยีที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งโครงการจะมีการขับเคลื่อนให้มีผลกระทบต่อ 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ โทรคมนาคม (Telco ) อุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) บริการทางการเงิน (Finance Service) สุขภาพและการแพทย์ (Healthcare) และ ธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน(Supply chain)

นายเอกราช กล่าวว่า ปัจจุบัน Quantum Club Thailand มีการดำเนินการผ่าน 3 กลไกหลักคือ 1. Quantum Academy (QA) ที่เน้นการสร้างบุคลากรที่ทำ Quantum ได้จริง ซึ่งมีการพัฒนาตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับการประยุกต์และการออกแบบระบบผ่านหลักสูตรแรกของประเทศไทย คือ Quantum Ready Thailand Certification Program (QRT) ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Foundation, Practitioner, Specialist และ Architect โดยหลักสูตร QRT จะเป็นการเรียนรู้เทคโนโลยี Quantum จริง และได้ฝึกปฏิบัติตรงกับภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการออกใบรับรองหรือ Certificate อีกด้วย ปัจจุบัน รุ่น Foundation รุ่นแรก เปิดรับ 50 ที่นั่ง เรียนฟรี สมัครได้ถึง 5 ต.ค. 69 ประกาศผล 10 ต.ค. 69 และเริ่มเรียน 16 ต.ค. 69 พร้อมการเรียนรู้ผ่าน QPU และแพลตฟอร์ม qBraid
2. Quantum Industry (QI) ที่เน้นการนำเทคโนโลยี Quantum ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาจริงในภาคธุรกิจ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับสำหรับธุรกิจ TELCO โดยทรู ได้มีการนำร่อง นำ Quantum มาใช้กับการพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมในเรื่องการจัดสรรเสาสัญญาณ ( Telco Network Optimization) ซึ่งจะมีการเปิดตัว Use Case ครั้งแรกในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้เทคโนโลยีดังกล่าวยังเหมาะกับการบริหารจัดการพลังงานอัตโนมัติ ( Energy Optimization) และระบบความปลอดภัยขั้นสูง (Quantum Safe) และ 3. Quantum Lab (QL) ซึ่งเน้นการสร้าง Ecosystem เปลี่ยน Conversation เป็น Collaboration โดยเป็นพื้นที่เชื่อมคน ความรู้ งานวิจัย และโจทย์จากอุตสาหกรรม
โดยล่าสุดได้มีการจัดงาน Q’Lab Open Circle #001 เมื่อ 18 ก.ย. 69 มีผู้เข้าร่วมกว่า 60 คนจากหลายภาคส่วน ซึ่งร่วมกันระบุโอกาส ความท้าทาย และความร่วมมือที่ประเทศไทยควรเดินหน้าต่อ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานสะท้อนมุมมองที่ตรงกันว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งจากฐานการศึกษาและงานวิจัย ทำเลยุทธศาสตร์ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ–เอกชน–มหาวิทยาลัย และทรัพยากรข้อมูลที่หลากหลาย แต่ยังต้องเร่งเชื่อม Talent, Research, Access และ Industry ให้เป็นเส้นทางเดียวกัน รวมถึงควรโฟกัส Use Case ที่สร้างผลกระทบได้จริง ลดการทำงานแบบ Silo และสร้างพื้นที่กลางสำหรับ Knowledge Sharing และ Collaboration มีการสร้าง Talent Pipeline รวมถึงคนที่เชื่อมเทคโนโลยีกับโจทย์ธุรกิจและสังคมได้ และ ยกระดับ Quantum Readiness ให้เป็นความสามารถของประเทศ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมหรือ กระแส เทคโนโลยี
อย่างไรก็ดี แผนดำเนินการในอนาคต จะมีการขยายหลักสูตรใน Quantum Academy และเปิดตัว Talent Community ขยายการใช้งานจริงไปยังกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มการเงินและการธนาคาร รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และมุ่งสร้างความพร้อม (Readiness) และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง (Real Impact) ให้กับประเทศไทย
