ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ SC ระดับ BBB+ แนวโน้ม Stable ชูวินัยทางการเงินและการปรับตัว

Real Estate

SC ตอกย้ำสถานะผู้นำอสังหาฯ หลังทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ที่ระดับ BBB+ แนวโน้ม Stable สะท้อนความสามารถในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวน สถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่ง และสภาพคล่องที่เพียงพอ พร้อมขับเคลื่อนพอร์ตธุรกิจ 3 Engines เพื่อกระจายแหล่งรายได้และเสริมเสถียรภาพของกำไรในระยะยาว

            นายณัฐพงศ์ คุณากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า ทริสเรทติ้ง (TRIS Rating) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้คงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของบริษัทที่ระดับ BBB+ แนวโน้ม Stable หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจและฐานธุรกิจที่รองรับการเติบโตของ SC ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

            “เราเชื่อว่าการเติบโตในระยะยาวต้องมาพร้อมความสามารถในการปรับตัวและวินัยทางการเงิน SC จึงทบทวนทั้งพอร์ตธุรกิจและโครงสร้างองค์กรอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการดูแลสภาพคล่องและลงทุนอย่างรอบคอบ การที่ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตในครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวทางที่เราดำเนินมา และความพร้อมของ SC ที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตบนพื้นฐานที่แข็งแรง” นายณัฐพงศ์ กล่าว

            รายงานของทริสเรทติ้งระบุว่า อันดับเครดิตของ SC สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ยืดหยุ่นและเป็นไปตามคาดการณ์ในปี 2568 และครึ่งปีแรกของปี 2569 รวมถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับปานกลางถึงสูง และสภาพคล่องที่เพียงพอในช่วงอย่างน้อย 12 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ แผนเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำและธุรกิจใหม่เป็น 30% ภายในระยะ 5 ปี จะมีส่วนช่วยเสริมเสถียรภาพของผลกำไรในอนาคต

            ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 SC มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 16,400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2572 พร้อมโครงการระหว่างการขาย ทั้งโครงการของบริษัทและโครงการร่วมทุน รวมกว่า 90 โครงการ มูลค่าโครงการคงเหลือรวมประมาณ 61,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมขายประมาณ 18,000 ล้านบาท ซึ่งพร้อมโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้เมื่อขายได้และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยทริสเรทติ้งประมาณการรายได้รวมของ SC ที่ระดับ 19,000–22,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2569–2571

            นายณัฐพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า SC เดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ หรือ 3 Engines ได้แก่ Engine 1 อสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย Engine 2 อสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ เช่น โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน และ Engine 3 ธุรกิจใหม่เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น โดยวางแผนเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าเป็น 1,000,000 ตารางเมตร และจำนวนห้องพักโรงแรมเป็น 2,000 ห้อง ภายในปี 2572

            “ธุรกิจที่อยู่อาศัยยังเป็นรากฐานสำคัญของ SC เราจึงให้ความสำคัญกับคุณภาพและความเข้าใจลูกค้า ขณะเดียวกัน เรากำลังเพิ่มแหล่งรายได้จากธุรกิจอื่น เพื่อให้พอร์ตมีความสมดุลและรองรับความผันผวนได้ดีขึ้น โดยพิจารณาจังหวะการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความพร้อมทางการเงิน เพื่อให้เราสามารถเติบโตและส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพันธมิตรได้ในระยะยาว” นายณัฐพงศ์ กล่าว