
หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. เดินหน้าภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรม (Innovation-Driven Economy) จัดงาน “PMUC Co-creation: ร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ครั้งที่ 2 เพื่อสร้างความเข้าใจในทิศทางการสนับสนุนทุนโฉมใหม่ หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการจัดงานครั้งแรกที่มุ่งเน้นภาคเอกชน โดยครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักวิจัย ภาควิชาการ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเตรียมความพร้อม และเปิดตัว “Concept Note” ที่ยกระดับคุณภาพงานวิจัยต้นน้ำให้ตอบโจทย์การแข่งขันของประเทศอย่างแท้จริง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ณ โรงแรม มณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

รศ. ดร.สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี คณะอนุกรรมการประจำ บพข. ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษา เป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะก่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทย บพข. ภายใต้โครงสร้างใหม่ของ รวพ. จึงมุ่งมั่นสนับสนุนให้นักวิจัยและหน่วยงานภาครัฐ นำองค์ความรู้มาต่อยอดร่วมกับภาคเอกชน เพื่อสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปสร้างผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงในเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน

ด้าน รศ. ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ว่า หลังจากที่ บพข. จัดงานครั้งแรกเพื่อสื่อสารกับภาคเอกชนไปแล้ว การจัดงานครั้งที่ 2 นี้ จึงเจาะจงที่กลุ่มนักวิจัยและหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็น “ผู้สร้างนวัตกรรม” (Innovator) สำคัญของประเทศ วัตถุประสงค์หลักคือ การนำเสนอทิศทางการให้ทุนที่ชัดเจน และเปิดตัวช่องทาง Concept Note (ข้อเสนอโครงการเชิงหลักการ) ที่เปิดรับตลอดทั้งปี กลไกนี้จะช่วยให้นักวิจัยสามารถส่งแนวคิดเบื้องต้นมาให้ บพข. พิจารณาความเป็นไปได้ก่อนจัดทำข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ ช่วยลดภาระด้านเอกสารและทำให้การพัฒนาโจทย์วิจัยตรงเป้าหมายตั้งแต่ต้นทาง ตอบสนองต่อพลวัตรการพัฒนานวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว”

ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “Co-creation: ร่วมสร้างนวัตกรรมไทยกับ บพข.” โดยคณะผู้บริหาร เพื่อแนะนำกรอบโจทย์และความมุ่งหวังของแผนงาน รวมถึงกิจกรรม Workshop เจาะลึกหัวข้อ “Co-creation: สานการขับเคลื่อนกับ บพข. ให้ตอบโจทย์ประเทศ” ซึ่งเน้นเทคนิคการเชื่อมต่องานวิจัยเข้ากับช่องทาง Concept Note ใน 8 แผนงานสำคัญ ได้แก่ 1) ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2) สุขภาพและการแพทย์ 3) อาหารมูลค่าสูง 4) เศรษฐกิจหมุนเวียน 5) พลังงาน เคมี และวัสดุชีวภาพ 6) ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ Semiconductor 7) ระบบคมนาคมแห่งอนาคตและระบบราง และ 8) โลจิสติกส์
งาน PMUC Co-creation ครั้งที่ 2 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาควิชาการและภาครัฐเข้ากับกลไกตลาด เพื่อร่วมกันเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
