Microsoft AI Tour Bangkok จุดพลัง AI ขับเคลื่อนสู่ “Frontier Transformation” คนไทยใช้ AI โตที่สุดอันดับ 2 ของโลก

i & Tech

กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2569 – ไมโครซอฟท์จัดงาน AI Tour Bangkok หนึ่งในเวทีสำคัญระดับโลก โดยรวบรวมผู้นำจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายพันธมิตร และนักพัฒนาทั่วไทย ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่ “Frontier Transformation” พลิกโฉมการทำงานและนวัตกรรมสู่ระดับแนวหน้าด้วย AI

            ในโอกาสนี้ ไมโครซอฟท์ได้เผยถึงความร่วมมือครั้งใหม่ นวัตกรรมล่าสุดบนแพลตฟอร์มของบริษัท พร้อมด้วยหลักฐานความสำเร็จจากองค์กรที่นำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง เพื่อจุดประกายให้ทุกองค์กรสามารถก้าวจากแผนงานด้าน AI สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ อัดแน่นด้วยนวัตกรรมล่าสุดที่ไมโครซอฟท์เพิ่งเปิดตัวไปในงานประชุมนักพัฒนาประจำปี Build 2026 การประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งใหม่ และเรื่องราวเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในองค์กรชั้นนำของไทย โดยนอกจากกิจกรรมบนเวทีหลักแล้ว ยังมีการจัดเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติสำหรับนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค เสริมศักยภาพให้สามารถนำนวัตกรรม AI ชั้นนำไปปรับใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้ทันที

            จากรายงาน Global AI Diffusion ฉบับล่าสุดของไมโครซอฟท์ พบว่าสัดส่วนการใช้งาน AI อย่างจริงจังในกลุ่มประชากรวัยทำงานทั่วไทย เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มาเป็น 12.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของสัดส่วนผู้ใช้ AI สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ตามหลังเพียงเกาหลีใต้เท่านั้น

            นอกจากนี้ ผลสำรวจ Work Trend Index 2026 ของไมโครซอฟท์ ยังตอกย้ำถึงอีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญในกลุ่มพนักงานองค์กรต่าง ๆ ในไทย โดยเผยว่าราว 32% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจอยู่ในกลุ่ม “Frontier Professional” หรือผู้ใช้ AI ระดับสูง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% ถึงสองเท่า ขณะเดียวกัน ในมิติของภาวะผู้นำและทิศทางเชิงกลยุทธ์ 51% ของคนทำงานไทยมองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% ราวสองเท่าเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 รายงานนี้สะท้อนถึงการตอบรับที่คึกคักและการตื่นตัวด้าน AI ในประเทศไทย

            ราล์ฟ ฮอปเตอร์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและช่องทางจัดจำหน่าย ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน เผยว่า “องค์กรทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนต่างกำลังเดินหน้าจากการทดลองใช้งาน AI ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สัมผัสได้จริง และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีในด้านนี้ เราได้เห็นทั้งการนำ AI มาปรับปรุงการดำเนินงาน สนับสนุนการตัดสินใจ และสร้างผลงานที่มีคุณค่า โดยสำหรับไมโครซอฟท์แล้ว เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ทุกองค์กรเปลี่ยนศักยภาพของ AI เป็นมูลค่าทางธุรกิจที่แท้จริง”

เผยนวัตกรรมล่าสุด จากงาน Build 2026 ส่งตรงถึงกรุงเทพฯ

            งาน AI Tour Bangkok จัดขึ้นต่อจากงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของไมโครซอฟท์ Build 2026 เมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบกับนวัตกรรม AI ล่าสุดจากแพลตฟอร์มระดับโลกของไมโครซอฟท์เป็นครั้งแรกอีกด้วย

  • ทีมผู้ช่วยอัจฉริยะที่เป็นของคุณอย่างแท้จริง – Microsoft Agent Platform ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Microsoft IQ ช่วยให้ทีมต่างๆ ในองค์กรสามารถสร้างเอเจนต์ใน GitHub นำไปทำงานบน Microsoft Foundry และเรียกใช้งานได้ผ่าน Microsoft Teams และแอป Microsoft 365 โดยแต่ละเอเจนต์จะรับรู้และเข้าใจถึงเนื้อหางานที่ทำ ทั้งยังบริหารจัดการได้อย่างมั่นใจภายในองค์กร และตอบสนองได้รวดเร็วอีกด้วย
  • การพัฒนาแบบครบวงจรในแบบของคุณทุกขั้นตอน – นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ได้ด้วยเครื่องมือ โมเดล และระบบงานที่ถนัด พร้อมเลือกใช้งานชิป ระบบปฏิบัติการ แพลตฟอร์มการพัฒนา หรือระบบคลาวด์ได้ตามต้องการ โดยพร้อมตอบโจทย์ตั้งแต่ Windows ที่มีความสามารถใหม่ๆ เข้ามาเสริมความยืดหยุ่นในการพัฒนาแอปและเครื่องมือ AI บนเครื่องของคุณเอง ทั้งยังรองรับการสร้างสรรค์เอเจนต์ใหม่ๆ ได้ในตัว
  • ปูทางสู่อนาคต – ระบบเอเจนต์บนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์กำลังก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยความสามารถที่ครอบคลุมมากกว่าการเขียนโค้ด แต่ต่อยอดไปถึงการขับเคลื่อนพัฒนาการของมนุษยชาติ เสริมความสามารถให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยสาขาต่างๆ ได้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้และพรมแดนใหม่ๆ ในโลกวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ โดยที่ยังคงใช้แพลตฟอร์มการพัฒนาที่พวกเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว

ภาคธุรกิจไทยแสดงพลัง พลิกธุรกิจสู่ Frontier Transformation ด้วย AI

            องค์กรไทยในอุตสาหกรรมต่างๆ กำลังเดินหน้าจากทฤษฎีสู่การทำงานจริงด้วย AI ความร่วมมือและเรื่องราวความสำเร็จมากมายจากงาน AI Tour Bangkok รวมถึงเซสชันพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตสู่เป้าหมาย ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงทิศทางความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจ โดยล่าสุด ไมโครซอฟท์และ AIS Business ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการ “AI Ready for SMEs” ซึ่งนำนวัตกรรม AI ของไมโครซอฟท์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายของ AIS มาผนึกกำลังกันให้เกิดเป็นโซลูชัน AI แบบครบวงจรที่มีความคุ้มค่า พร้อมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายกว่าที่เคย นอกจากแพ็คเกจที่ครอบคลุมบริการด้านเครือข่ายจาก AIS และ AI จาก Microsoft 365 Copilot แล้ว โครงการนี้ยังรวมถึงการจัดโรดโชว์เพื่อมุ่งเสริมทักษะ AI ให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ และการร่วมพัฒนาโซลูชัน AI เฉพาะทาง ภายใต้เป้าหมายร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการสร้าง SME Ecosystem พลัง AI ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

            ภายในงาน AI Tour Bangkok ยังมีหลากหลายองค์กรไทยชั้นนำมาร่วมเผยตัวอย่างของความสำเร็จในการเดินหน้าสู่ ปรากฎการณ์ Frontier Transformation หรือการยกระดับศักยภาพองค์กรสู่ระดับแนวหน้าด้วย AI อาทิ

  • LH Bank เปิดตัว GENIE AI บนแอปพลิเคชัน LHB You ผู้ช่วยอัจฉริยะของธนาคารที่สั่งงานด้วยเสียงรายแรกของประเทศไทย โดยพัฒนาบน Azure OpenAI Service และ Microsoft Speech Studio ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมและเข้าถึงคำแนะนำทางการเงินผ่านการโต้ตอบด้วยเสียงและข้อความอย่างเป็นธรรมชาติ รองรับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนกลาง ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน Responsible AI และการบริหารจัดการความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางการเงิน และยกระดับประสบการณ์การให้บริการดิจิทัลแบงก์กิ้งของลูกค้า
  • AutoX ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ภายใต้กลุ่ม SCBX นำ Azure OpenAI มาใช้เพื่อยกระดับตรวจสอบและกำกับดูแลการสื่อสารกับลูกค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด โดยระบบสามารถตรวจสอบการสนทนาได้ทุกสายแบบเต็ม 100% จากเดิมที่ใช้เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจได้เพียง 5-10% เท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พิจารณาสินเชื่อภาคสนามยังมี AI agent ทำหน้าที่โค้ชช่วยสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังทำงานสะดวกยิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือสำหรับจัดประเภทเอกสาร ตรวจสอบลายเซ็น และประเมินมูลค่ายานพาหนะที่ใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งพัฒนาขึ้นจาก Azure AI Vision ร่วมกับศูนย์วิจัย Microsoft Shanghai AI Innovation Lab

  • SCGC เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แผนงานการยกระดับองค์กรด้วย AI ที่มีสเกลใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยนับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา บริษัทได้พัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับพนักงานกว่า 5,000 คนในไทยและเวียดนาม พร้อมต่อยอดการใช้งานจากผู้ช่วยส่วนบุคคลสู่การพลิกโฉมกระบวนการทำงาน ครอบคลุมการประมวลผลเอกสารกว่า 2,000,000 หน้าอย่างแม่นยำ 100% ช่วยประหยัดเวลากว่า 4,000 ชั่วโมง และใช้ AI จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญจากแหล่งต่างๆ ภายนอกองค์กรได้มากกว่า 70% และลดเวลาการวิเคราะห์ข้อมูลของพนักงานลงได้มากกว่า 80%
  • GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ได้นำ Copilot Studio, Azure AI Foundry และ Microsoft Fabric มาใช้เพื่อรับมือกับหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า ได้แก่ การตรวจสอบและระบุประสิทธิภาพของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถวางแผนการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ได้ก่อนเกิดเหตุ ทั้งนี้ระบบที่บริหารจัดการด้วย AI จะติดตามข้อมูลการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์โดยอัตโนมัติ และมีการเชื่อมโยงรูปแบบความผิดปกติกับมาตรฐาน ISO 14224 พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการซ่อมบำรุง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงรักษาลง 10% ในระยะแรกของโครงการ ขณะเดียวกัน GPSC มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร สร้างความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า และก้าวสำคัญสู่การลดการปล่อยคาร์บอน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

จับมือสถาบันการเงิน SCBX อีกก้าวสำคัญสู่การเสริมศักยภาพด้าน AI ให้ประเทศไทย

            ไมโครซอฟท์และ SCBX กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของประเทศไทย ประกาศขยายความร่วมมือเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI โดยที่ผ่านมา โครงการนี้ได้ทำการฝึกอบรมพนักงานของ SCBX ไปแล้วกว่า 15,171 คน โดยมี Trainocate Thailand เป็นผู้ร่วมดำเนินงาน พร้อมด้วยการสนับสนุนจากโปรแกรม Organizational Skilling ของไมโครซอฟท์ ทั้งนี้ การเรียนรู้ในโครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะตามโครงสร้างหลักสูตร เริ่มจากความเข้าใจขั้นพื้นฐานในด้าน AI ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ตามตำแหน่งงาน ผ่าน Microsoft 365 Copilot, Power Platform และ Azure AI หลักสูตรในโครงการนี้ได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้เรียนสูงถึง 4.5 จากเต็ม 5 และเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ให้ก้าวจากการทดลองใช้สู่การใช้งานจริงในทุกๆ วัน

            ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการยกระดับทักษะของคนไทยที่ไมโครซอฟท์ได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คน ไทยสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ โดยตลอดช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา โครงการเรือธงอย่าง Microsoft Elevate ได้ช่วยพัฒนาทักษะให้ผู้เรียนในประเทศไทยแล้วกว่า 780,000 คน ครอบคลุมทั้งบุคลากรในภาคการศึกษา องค์กรเพื่อสังคม และแรงงานไทยทั่วไป ทั้งยังมอบประกาศนียบัตรรับรองทักษะแล้วกว่า 350,000 ใบ ในปีงบประมาณ 2027 ที่จะถึงนี้ ไมโครซอฟท์จะยังคงส่งเสริมการพัฒนาทักษะของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ Microsoft Elevate for Educators สำหรับภาคการศึกษา และ Microsoft Elevate for Changemakers เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ ทำงาน และเติบโตสู่ความสำเร็จได้มากขึ้นในเศรษฐกิจยุค AI

            “การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่แนวหน้าด้าน AI จะเกิดขึ้นได้จากพลังความมุ่งมั่นร่วมกันของผู้คน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชน ที่นำศักยภาพของ AI มาเป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน” นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่กล่าว “สิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้ ตอกย้ำว่า AI คือพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้กับทั้งประเทศและสังคม และเปิดทางให้เรารับมือกับความท้าทายที่ก่อนหน้านี้อาจดูไกลเกินเอื้อม ประเทศไทยกำลังเปิดรับโอกาสนี้อย่างเต็มที่ และไมโครซอฟท์รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญนี้”

            งาน AI Tour Bangkok เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในระยะยาวของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2569-2571 โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และคลาวด์ในประเทศไทย การเสริมสร้างรากฐานเชิงดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้เปลี่ยนแปลงและเติบโตสู่ความสำเร็จได้อย่างเต็มศักยภาพ