Research Synergy พลังนักวิจัยหญิงไทย สร้างอนาคตด้วยนวัตกรรมในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

Research Showcase

เบื้องหลังนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนจำนวนมาก มีนักวิจัยหญิงของไทยจำนวนไม่น้อยที่กำลังใช้ความรู้ ความมุ่งมั่น และพลังแห่งการวิจัย เปลี่ยนโจทย์ปัญหาของสังคมให้กลายเป็นคำตอบของอนาคต

            งาน“มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ร่วมกับ หน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ ปีนี้จัดแสดงภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” ได้รับการจัดต่อเนื่องก้าวสู่ปีที่ 21  ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญของประเทศในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่สาธารณะ  ปีนี้นำงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 1,000 ผลงาน จาก 231 หน่วยงานที่ยกออกจากห้องวิจัยทั่วประเทศมาจัดแสดงอย่างใกล้ชิด 

            ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2549 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเครือข่ายวิจัยของประเทศ ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยจำนวนมากได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

            ภายในงานปีนี้ มีผลงานที่น่าสนใจจากนักวิจัยหญิงไทยที่น่าจับตามอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “งานวิจัย” ไม่ได้อยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงและสร้างคุณค่าต่อผู้คนได้อย่างแท้จริง

“ผู้หญิงที่พาสมุนไพรไทยก้าวสู่โลก AI

             “เรือนหมอพร : สืบสานพระราชปณิธาน สู่นวัตกรรมสุขภาวะจากสมุนไพรด้วย AI” ของ    ผศ.ดร.สิริรัตน์ พานิช ศูนย์นวัตกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

            งานวิจัยนี้ ต่อยอดจากคัมภีร์โบราณ “พระโอสถปราสาททอง” สู่การพัฒนาระบบสุขภาวะอัจฉริยะที่เชื่อมโยง AI, AIoT และ VR เข้ากับภูมิปัญญาสมุนไพรไทย โครงการนี้สะท้อนการเชื่อมโยง “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

            องค์ความรู้ดั้งเดิมนำมาต่อยอดด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้านสุขภาวะจากสมุนไพรไทย พร้อมพัฒนาไปสู่ระบบ AI Herbal Personality Analysis ที่สามารถวิเคราะห์และแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ควบคู่กับการใช้ AIoT ในการบริหารจัดการแปลงปลูกสมุนไพรอัจฉริยะ

            ผลงานดังกล่าวไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มให้สมุนไพรไทย แต่ยังเป็นตัวอย่างของการใช้ Soft Power ไทย สร้างคุณค่าใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาวะ พร้อมส่งต่อมรดกภูมิปัญญาไทยสู่คนรุ่นใหม่และเวทีโลก

“นักวิจัยผู้เปลี่ยนไข่ขาวให้เป็นนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต”

             “เส้นไข่ขาว นิ่มนิ่ม” ผลงานของ อุมาพร บูรณสุขสมบัติ นักวิจัยด้านอาหารและโภชนาการ ผู้มองเห็นปัญหาของผู้ป่วยโรคไต โรคมะเร็ง และผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับโปรตีนคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง จากโจทย์ดังกล่าว เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การอาหารพัฒนาไข่ขาวให้กลายเป็น “เส้นอาหาร” ที่คงคุณค่าของโปรตีนได้สูง มีเนื้อสัมผัสนุ่ม รับประทานง่าย สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

            นวัตกรรมนี้ถือเป็นเส้นอาหารจากไข่ขาวล้วนที่มีจุดเด่นด้านโปรตีนสูง ไร้แป้ง ไร้ไขมัน และโซเดียมต่ำ ก่อนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ “นิ่มนิ่ม” ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบและได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงเป็นผลงานดัที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของนักวิจัยหญิงไทยที่สามารถนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาตอบโจทย์สุขภาพของสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ผู้หญิงที่เปลี่ยนตำรับยาโบราณให้เป็นความหวังใหม่ของผู้ต้องการเลิกสุรา”

             “นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพร เศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทยเพื่อบำบัดผู้มีปัญหาจากการดื่มสุรา” ของ ภญ.ธีราธร สังหร่าย เภสัชกรชำนาญการ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก วิจัยนี้ต่อยอดจากองค์ความรู้ในตำรับยาสมุนไพรไทย “ประสะกาฬแดง” ซึ่งได้รับการศึกษาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ด้านวิทยาการสมัยใหม่  ผ่านกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น ตั้งแต่การวิเคราะห์สารสำคัญ การศึกษาระดับโมเลกุลและระดับเซลล์ การทดสอบประสิทธิภาพ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกรรมวิธีปรุงยาเดิมในรูปแบบของเหลว โดยใช้เทคโนโลยีทางเภสัชกรรมให้อยู่ในรูปแบบ “เม็ดฟู่” ที่ใช้งานสะดวกและได้มาตรฐานการผลิต

            การศึกษาพบว่าสาระสำคัญในตำรับ มีศักยภาพในการช่วยลดความอยากดื่มและลดความพึงพอใจจากการดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งมีความปลอดภัยในเซลล์ประสาทของมนุษย์และมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว ผลงานยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้สมุนไพรไทย สนับสนุนเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางยาของประเทศในอนาคต

            นักวิจัยหญิงทั้ง 3 คนนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังนักวิจัยไทย ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม สะท้อนให้เห็นว่า “งานวิจัย” ไม่ได้เป็นเพียงผลงานทางวิชาการ หากคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับสังคมไทย