Pink Economy โอกาสเศรษฐกิจมูลค่า 4.7 ล้านล้าน USD ทรูเปิดพลัง Data Intelligence หนุนไทยสู่ LGBTQIA+Destination ระดับโลก

i & Tech

กรุงเทพฯ 7 กรกฎาคม 2569 – ท่ามกลางการแข่งขันของนานาประเทศในการดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก “Pink Economy” กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจใหม่ที่ทั่วโลกจับตา ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 24,000 ล้านบาท คำถามสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของโอกาสว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้มากเพียงใด

            ภายในงาน PRIDE MOVE: Thailand Pride Economy Forum 2026 จัดโดย บริษัท ไพรด์ เรดี้ เอเชีย จำกัด ร่วมกับพันธมิตร ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมบรรยายหัวข้อ Pride Never Ends: The Endless Move of Diversity” สะท้อนศักยภาพของทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยีของไทย ผสานพลัง Mobility Data Platform ของทรูบิสิเนส และความสามารถด้าน GeoAnalytics ของ EGG Digital ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติระดับภาพรวม โดยที่ไม่ระบุตัวบุคคล ภายใต้กรอบกฎหมายและความโปร่งใสสูงสุด (PDPA) เพื่อช่วยให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เห็นภาพความพร้อมของเมือง รูปแบบการเดินทาง และ โอกาสทางตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มธุรกิจที่มีความหลากหลาย และตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภคที่มีความลื่นไหลทางรสนิยมมากขึ้น

            ดร.ธีรเดช กล่าวว่า ความท้าทายของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเป็นประเทศที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อความหลากหลาย แต่คือการเปลี่ยนความหลากหลายนั้นให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจ ผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIA+ อย่างลึกซึ้ง ทำให้ทั้งภาครัฐ และภาคธุรกิจ สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึก ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในทุกมิติ ทั้งการท่องเที่ยว การบริการ การเดินทาง การใช้ชีวิต และการลงทุน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อน Pride Economy และผลักดันประเทศไทยให้ก้าวจาก “LGBTQIA+ Friendly” สู่ “LGBTQIA+ Destination” ได้อย่างแท้จริง

คว้าโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ด้วย Mobility Data และ GeoAnalytics

            ดร.ธีรเดช ระบุว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนดังกล่าว คือ การทำความเข้าใจผู้คนผ่านข้อมูลจริง ไม่ใช่การคาดเดาจากข้อมูลประชากรศาสตร์แบบเดิมเพียงอย่างเดียว การขาดข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมจริงของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ทำให้โอกาสทางธุรกิจจำนวนมากยังคงถูกมองข้าม ทั้งที่กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมใช้จ่ายกับประสบการณ์ สินค้า และบริการคุณภาพ ทรูจึงนำศักยภาพของ Mobility Data และGeoAnalytics มาพัฒนาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางและการใช้ชีวิตในระดับภาพรวม โดยไม่สามารถระบุตัวตนของบุคคลได้ ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทำให้สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนในเชิงพื้นที่ ตั้งแต่การเดินทาง การเข้าร่วมกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิต การเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

เปิด Insight หลากมิติ จากกรณีศึกษาจริง

            หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ การวิเคราะห์ข้อมูลจากงาน Circuit Festival Asia 2025 โดยพบว่า 61% ของผู้เข้าร่วมงานเป็นคนไทยในพื้นที่ ขณะที่ 26% เป็นผู้เดินทางข้ามพื้นที่ และอีก 13% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ส่วนใหญ่มาจากฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่าบริเวณพื้นที่จัดงาน ทั้งการเดินทาง โรงแรม การบริโภค และการใช้จ่ายในห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีนัยยะสำคัญ สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางกิจกรรมระดับภูมิภาค และโอกาสการเติบโตในระดับนานาชาติ ที่อาจต่อยอดไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียและยุโรปได้ในอนาคต หากมีการพัฒนาบริการและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น

เจาะลึก Pink Economy ขับเคลื่อนศักยภาพตลาดกำลังซื้อสูง

            นอกจากนี้ ข้อมูลเชิงลึกจาก Mobility Data Platform ของทรูบิสิเนส และ GeoAnalytics ของ EGG Digital ยังพบว่า Pink Economy ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผู้บริโภคที่ส่วนใหญ่อยู่ใน Gen Y และ Gen X ช่วงอายุ 30-50 ปี เป็นวัยทำงานที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีรายได้มั่นคง มีรูปแบบการใช้ชีวิตในเมืองอย่างชัดเจน และพร้อมใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ที่มีคุณค่า ขณะเดียวกัน นี้ เกือบ 99% ของผู้บริโภคกลุ่ม ใส่ใจสุขภาพ ให้ความสำคัญกับ Health & Wellness สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาความบันเทิงหรือกิจกรรมทางสังคมเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและสมดุล ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว การพักผ่อน และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวตน อีกทั้งยังมีการใช้สื่อโซเชียลที่หลากหลายและการเลือกใช้สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อและศักยภาพของตลาดในระดับสูง นั่นหมายความว่า Pink Economy ไม่ได้เป็นเพียงตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นกลุ่มผู้บริโภคคุณภาพที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจบริการระดับพรีเมียม

            ดร.ธีรเดช ย้ำว่า PINK Economy เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนความหลากหลาย ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจเชิงลึก ทำให้ทุกภาคส่วนสามารถวางแผนและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้น อาทิ โรงแรมสามารถคาดการณ์อุปสงค์และพัฒนาแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหารสามารถเลือกทำเลและสร้างประสบการณ์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ขณะที่เมืองและหน่วยงานภาครัฐสามารถวางแผนด้านระบบขนส่ง ความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ