เนทติเซนท์ จับมือ Neptune Software เปิดตัว AiBuild โซลูชัน AI Low-Code/No-Code ยกระดับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรบน SAP สำหรับตลาดไทย ช่วยธุรกิจพัฒนาแอปได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบหลักให้ไม่ซับซ้อน

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โซลูชัน AI แบบ Low-Code/No-Code สำหรับ SAP ก้าวเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (NETIZEN) พันธมิตรระดับ SAP Platinum Partner หนึ่งเดียวในไทยจากกลุ่ม UNITED VARS ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวางระบบ SAP ชั้นนำของไทยที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Neptune Software ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจากประเทศนอร์เวย์ เปิดตัวโซลูชัน “AiBuild” เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรและ AI Agent บนระบบ SAP ได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ โดยเนทติเซนท์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ Neptune Software ในประเทศไทย
ความร่วมมือครั้งนี้ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน ความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP และความเข้าใจกระบวนการธุรกิจไทยของเนทติเซนท์ เข้ากับแพลตฟอร์มพัฒนาแอประดับองค์กรของ Neptune ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วโลกกว่า 850 แห่ง สะท้อนแนวคิด ” มาตรฐานระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย” (Global Standard + Local Execution Excellence)

ทั้งนี้ความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญในปัจจุบัน คือ ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไม่เชื่อมโยงกัน ผู้ใช้ต้องทำงานผ่านกระบวนการและหน้าจอที่แยกส่วนจากกัน ระบบที่กระจัดกระจาย แต่ละระบบทำงานแยกกันจนเกิดการแบ่งแยกของข้อมูลและกระบวนการ (Silos) ข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรม AI การผูกติดกับผู้ให้บริการ (Vendor Lock-in) ทำให้ AI ถูกจำกัดอยู่เฉพาะบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการแต่ละรายการทำงานของ Core ERP ที่ไม่เชื่อมต่อกัน กระบวนการ ERP หลักขาดการบูรณาการที่ราบรื่น นอกจากนี้ยังมี การอัปเดตข้อมูลแบบแมนนวล การส่งข้อมูลกลับสู่ระบบหลักอย่าง SAP มักต้องอาศัยการดำเนินการด้วยมือ และการมองเห็นภาพการดำเนินงานที่ล่าช้า การสื่อสารระหว่างระบบที่ไม่ดีทำให้ไม่สามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์
องค์กรที่ใช้ SAP จำนวนมากต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันและประสบการณ์ใช้งานใหม่ๆ ให้ทันความต้องการของธุรกิจ แต่มักติดข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ รอบการพัฒนาที่ใช้เวลานาน การปรับแต่งระบบหลัก (Customization) ที่ซับซ้อน และเสี่ยงต่อการดูแลรักษาในระยะยาว รวมถึงการขาดเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมธุรกิจและทีมเทคนิคทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

AiBuild จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยตรง ด้วยแนวทางที่เน้น “สร้างเร็วขึ้น ต่อยอด SAP ที่มีอยู่ และรักษา SAP Core ให้สะอาด (Clean Core)”
สำหรับประโยชน์หลักของโซลูชัน AiBuild คือ การพัฒนาแอปได้เร็วขึ้น ด้วยความสามารถ Low-Code/No-Code ที่ให้ผู้ใช้เปลี่ยนแนวคิดเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะเป็นเดือน สามารถต่อยอด SAP โดยไม่กระทบระบบหลัก (Clean Core) โดยเข้าถึงข้อมูล ระบบงาน และความปลอดภัยของ SAP ได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่ง Middleware และยังคงเป็นไปตามหลัก Clean Core มีการขับเคลื่อนด้วย AI ผู้ใช้เพียงอธิบายความต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ และให้ AI ช่วยสร้างแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับ SAP พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงการสร้าง AI Agent ที่โต้ตอบกับข้อมูลและกระบวนการทำงานบน SAP ได้แบบเรียลไทม์ สามารถใช้งานได้ทุกอุปกรณ์และรองรับ Offline ด้วยโค้ดชุดเดียวที่ทำงานได้ทั้งบนเว็บและมือถือ พร้อมความสามารถทำงานแบบออฟไลน์สำหรับสภาพแวดล้อมที่การเชื่อมต่อไม่เสถียร และมีการใช้ทักษะ SAP เดิมที่มีอยู่ ทีมพัฒนาสามารถต่อยอดจากทักษะ ABAP และ SAP ที่มีอยู่ ลดภาระการอัปสกิลและการสร้างระบบใหม่ที่มีต้นทุนสูง
ส่วนจุดเด่นที่ทำให้ AiBuild แตกต่างสำหรับลูกค้า SAP ประกอบด้วยการออกแบบมาเพื่อ SAP โดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำแพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปมาปรับใช้กับ SAP สามารถต่อยอด SAP ได้โดยไม่กระทบ SAP Core รองรับแนวทาง Clean Core และช่วยลดความเสี่ยงในการอัปเกรดระบบ มีการเชื่อมต่อ SAP ได้โดยตรง ผ่าน SAP APIs, Business Objects และระบบ Authorization โดยไม่ต้องใช้ Middleware เพิ่มเติมและสามารถต่อยอดการลงทุน SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP และ SAP BTP ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยสถาปัตยกรรมแบบ SAP-Native รวมถึงรองรับมาตรฐานระดับองค์กร (Enterprise Ready) ทั้งด้าน Security, Governance, Mobile Application และ Offline Capability
ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับสากล อาทิ Fonterra ที่ประหยัดต้นทุนได้กว่า 3.2 ล้านยูโรในปีแรก และ United Utilities ที่พัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้น 40%
ทั้งนี้ภายในงานเปิดตัว ผู้บริหารจากทั้งเนทติเซนท์ และ Neptune Software ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการนำโซลูชันระดับโลกมาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจไทยในระยะยาว โดยนายเสรี สาธุกิจชัย ประธานผู้บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด กล่าวว่า “เนทติเซนท์และ Neptune Software ร่วมมือกันเพื่อเร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลให้กับลูกค้า SAP ในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP เข้ากับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรแบบ Low-Code และแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เราร่วมกันเสริมศักยภาพให้องค์กรสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบ SAP หลักให้สะอาดและพร้อมสำหรับอนาคต”
ขณะที่ Laura Lenti, Vice President – APAC and EMEA, Neptune Software กล่าวว่า“เราประทับใจอย่างยิ่งกับการทุ่มเทของเนทติเซนท์ในการเรียนรู้และพัฒนาบนแพลตฟอร์มของเรา ความมุ่งมั่นนี้ทำให้เรามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเราได้เลือกพันธมิตรที่ถูกต้องในการนำ Neptune เข้าสู่ตลาดประเทศไทยและวางรากฐานให้แข็งแกร่งในประเทศนี้ เราขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ และตั้งตารอความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว”
