กรุงเทพฯ, 4 กุมภาพันธ์ 2569 – คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” ว่า ในช่วงที่ผ่านมา ขอขอบคุณพรรคการเมืองส่วนใหญ่ที่ได้นำแนวคิดการต่อต้านคอร์รัปชันไปปรับใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงอย่างกว้างขวาง รวมถึงการหยิบยกประเด็นดังกล่าวไปเป็นแนวทางหลักในเวทีดีเบต และการสื่อสารผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงกระแสความตื่นตัวของสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ คอร์รัปชันถือเป็นต้นทุนแฝงที่สูงมาก และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจในทุกระดับ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ผลการสำรวจที่แถลงมาอย่างชัดเจนพบว่า ภาคธุรกิจ 97% และประชาชน 72% มองว่าปัญหาคอร์รัปชันมีความรุนแรงมาก และพรรคการเมืองมักมีนโยบายไว้หาเสียงแต่ไม่ดำเนินการจริง ดังนั้น กกร. และเครือข่ายเพื่อนไม่ทน จะเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่อง Zero Corruption ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดเพียงแค่ช่วงการเลือกตั้งเท่านั้น

ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ผลักดันประเด็นการต่อต้านคอร์รัปชันให้กลายเป็นกระแสของสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ เวทีเสวนา การรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ การจัดทำผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนและภาคธุรกิจต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง การผลิตและติดตั้งสื่อ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของเครือข่าย ทั้งป้ายประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในวงกว้าง

ทั้งนี้ ภาคเอกชนยังคงเดินหน้าขยายผลความสำเร็จของการขับเคลื่อน Zero Corruption อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับการไม่ทนต่อการคอร์รัปชันให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและแนวปฏิบัติของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงการรณรงค์ระยะสั้นในช่วงการเลือกตั้ง พร้อมเปิดเลือกตั้งพื้นที่ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขบวนการสแกมเมอร์ และการทุจริตในกระบวนการ
สำหรับประเด็นปัญหาการให้สินบน คณะทำงานฯ ได้เตรียมจัดแถลงข่าวภายหลังการเลือกตั้ง เพื่อเปิดเผยผลการสำรวจในประเด็น “ธุรกิจไทยยังถูกเรียกรับสินบนในการขออนุญาต” เพื่อกระตุ้นและย้ำเตือนต่อว่าที่รัฐบาลให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ และผลักดันการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

ปัจจุบัน คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน มีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแล้วรวม 26 หน่วยงาน ถือเป็นการรวมพลังครั้งใหญ่ของภาคเอกชนและภาคีเครือข่าย นำโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสำคัญ อาทิ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) รวมถึงหน่วยงานด้านวิชาการและที่ปรึกษาเชิงนโยบาย ได้แก่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการเชื่อมโยงการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ตลอดจนเครือข่ายสนับสนุนจากภาคธุรกิจ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาวิชาชีพบัญชี สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT)

ขณะเดียวกัน ยังได้รับความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์จากเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ สมาคมตลาดสดไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย กลุ่มเซ็นทรัล รีเทล บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) สยามพิวรรธน์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัทสมาชิกอื่น ๆ
“กกร. ขอแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการรณรงค์ไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการต่อต้านคอร์รัปชันในการตัดสินใจเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิอย่างมีความรับผิดชอบ เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม และหลีกเลี่ยงการเลือกพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ทุจริต ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานทางการเมือง สร้างความโปร่งใส และนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการสร้างรายได้ของทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง”
