มูลนิธิอาเซียนเปิดรายงาน ASEAN Digital Outlook พร้อมเผยผลศึกษาความพร้อม AI ในอาเซียน

News Update

มูลนิธิอาเซียน  เปิดตัวรายงาน ASEAN Digital Outlook สะท้อนความพร้อมของอาเซียนในการนำ AI และระบบดิจิทัลมาใช้   เผยผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ไทยมีการใช้ AI อยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน  

            เมื่อวันที่  11 กุมภาพันธ์ 2569  มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) โดยการสนับสนุนจาก Google.org ได้เปิดตัวรายงาน ASEAN Digital Outlook อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยผลการวิจัยเบื้องต้นจากโครงการ AI Ready ASEAN Research ในงาน AI Ready ASEAN: 3rd Regional Policy Convening ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

            รายงาน ASEAN Digital Outlook สอดคล้องกับนโยบายด้านธรรมาภิบาลดิจิทัลของอาเซียน และถูกพัฒนาขึ้นร่วมกับที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Senior Officials’ Meeting: ADGSOM) โดยรายงานได้นำเสนอภาพรวมระดับความพร้อมด้านดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของสถาบันต่าง ๆ ในภูมิภาค ควบคู่ไปกับงานศึกษา AI Ready ASEAN Research ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของโครงการ AI Ready ASEAN ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาทักษะความรู้ด้าน AI แก่ประชากรในอาเซียนกว่า 5 ล้านคน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนกว่า 100,000 คนเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับ AI และเสริมศักยภาพให้ครูฝึก (Master Trainers) มากกว่า 3,000 คนทั่วภูมิภาค

            ความริเริ่มเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางพลวัตของโลกยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ภายในภูมิภาค ที่เข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา และการให้บริการภาครัฐอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยจำนวนประชากรกว่า 660 ล้านคน ที่เกือบหนึ่งในสามมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ความสามารถของอาเซียนในการนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบจะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต โอกาสในการจ้างงาน และการสร้างความเท่าเทียมทางสังคม

            ในขณะเดียวกัน ก็มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะเติบโตจากมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ปัจจัยเหล่านี้นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ AI ถูกนำมาใช้มากขึ้นในทุก ๆ ภาคส่วนของสังคม และเมื่อการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ทั่วถึง และมีธรรมาภิบาล กลายเป็นประเด็นจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาล สถาบัน และชุมชนทั่วทั้งภูมิภาค งานศึกษาทั้งสองฉบับนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ต่อปัญหาดังกล่าว ด้วยเนื้อหาที่ก้าวข้ามเรื่องการเข้าถึงและการใช้งาน AI ไปสู่การสร้างพื้นฐานและความเข้าใจเกี่ยวกับความพร้อม ธรรมาภิบาล และผลกระทบในระยะยาวของ AI

            ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า “ทั่วอาเซียน เราได้เห็นการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าความสามารถของเราในการกำกับดูแล การศึกษาทั้งสองฉบับนี้จึงมุ่งยกระดับบทสนทนาจากคำถามว่า ‘AI จะถูกนำมาใช้หรือไม่’ ไปสู่คำถามที่ว่า ‘สถาบันการศึกษา ครู และชุมชนของเรามีความพร้อมต่อ AI มากน้อยแค่ไหน’ งานศึกษาเหล่านี้จึงมีคุณประโยชน์ต่อการออกแบบนโยบายที่ช่วยยืนยันความเชื่อมั่น เสริมสร้างทักษะ และทำให้มั่นใจได้ว่า AI เป็นประโยชน์ต่อผู้คน ไม่ใช่เพียงต่อเศรษฐกิจเท่านั้น”

            รายงาน ASEAN Digital Outlook นำเสนอการประเมินด้านธรรมาภิบาล ความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและ AI ในประเทศสมาชิกอาเซียน  โดยการศึกษาชี้ให้เห็นว่า แม้หลายประเทศจะมีความก้าวหน้าในการเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล แต่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำในด้านความพร้อมดิจิทัลและศักยภาพของสถาบันต่าง ๆ อยู่ทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล ความไว้วางใจของสาธารณะ ความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของแนวทางการพัฒนาระดับชาติที่ยังขาดการบูรณาการ

            ในขณะที่รายงาน AI Ready ASEAN Research ได้ประเมินความพร้อมด้าน AI ของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเจาะลึกไปที่ชุมชนด้านการศึกษาและการพิจารณานักเรียน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง ในฐานะกลุ่มสำคัญที่มีบทบาทต่อการนำ AI มาใช้ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนการกำหนดแนวทางการใช้งานอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ผลการศึกษายังเผยให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างระดับการใช้ AI ที่แม้จะสูง แต่ระดับความพร้อมจริงกลับตรงกันข้าม โดยเฉพาะด้านพื้นฐานความรู้เกี่ยวการใช้ AI ความเข้าใจด้านจริยธรรม และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ และแม้ว่านักเรียนมักเป็นกลุ่มที่เริ่มหันมาใช้เครื่องมือ AI ได้เร็ว แต่ในทางกลับกัน ครูและผู้ปกครองต่างเผชิญอุปสรรคทั้งในเรื่องความมั่นใจ แนวทางการใช้งาน และการเข้าถึงการอบรมที่เป็นระบบ

           ในส่วนของประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยมีการใช้ AI อยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีนักเรียน 90.29% และครู 81.34% ที่ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อัตราการใช้ AI ในงานสร้างสรรค์ก็มีจำนวนสูงมากเช่นกัน โดยมีนักเรียน 85.65% ใช้แพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเด็กจะใช้งาน AI กันเป็นจำนวนมาก ผู้ปกครองและครูได้แสดงความกังวลว่าเด็กอาจเคยชินกับการพึ่งพา AI ในการทำการบ้านมากเกินไป ซึ่งอาจลดทอนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง

           เมื่อนำผลจากทั้งสองการศึกษามาพิจารณาร่วมกัน พบว่าในภูมิภาคอาเซียน การหันมาใช้เทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลกำลังรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่สถาบัน จริยธรรม และชุมชน จะรับมือได้ทัน โดยมีนักเรียนเป็นกลุ่มที่ใช้เครื่องมือ AI มากที่สุด  ในขณะที่ครูและผู้ปกครองยังขาดความมั่นใจและพื้นฐานความรู้ที่เพียงพอ ขณะเดียวกัน ภัยคุกคามต่างๆ กำลังทวีความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นข่าวปลอม การหลอกลวงออนไลน์ การปลอมแปลงด้วยเทคโนโลยี deepfake และการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งกำลังเป็นบ่อนทำลายความไว้วางใจในระบบดิจิทัลและตอกย้ำความจำเป็นในการมีกรอบธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

           Marija Ralic หัวหน้าฝ่าย Google.org ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การมีเครื่องมือ AI อย่างเดียวอาจไม่พอ ความพร้อมที่แท้จริงนั้น เกิดขึ้นจากการที่ผู้คนทำความเข้าใจว่า AI ทำงานยังไง มีข้อจำกัดอะไร แล้วจะใช้ให้ถูกต้องได้อย่างไร ผลวิจัยชุดนี้ได้ยืนยันว่า ทำไมเราถึงต้องลงทุนกับการสร้างความรู้เรื่อง AI โดยเฉพาะกับครูและชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนี้จะกลายเป็นโอกาสสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่กับคนบางกลุ่ม”

           ในการเปิดตัวงานศึกษา AI Ready ASEAN Research และ ASEAN Digital Outlook ครั้งนี้ มูลนิธิอาเซียนมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ที่มีหลักฐานรองรับ เพื่อใช้เป็นฐานในการถกเถียงด้านนโยบายดิจิทัลและ AI ในระดับภูมิภาค งานศึกษาเหล่านี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเอกสารอ้างอิงสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย นักการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตร ในการออกแบบมาตรการที่สร้างองค์ความรู้ด้านดิจิทัล เสริมความแข็งแกร่งให้กับหน่วยงาน และส่งต่อการพัฒนาอย่างครอบคลุมทั่วภูมิภาค