เมื่อบริการ AI เติบโตมากขึ้น เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จึงจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีระบบอัตโนมัติที่ชาญฉลาดยิ่งกว่าเดิม วันนี้อีริคสันได้เปิดตัว AI in RAN ซอฟต์แวร์รูปแบบสมัครสมาชิก ที่นำโมเดล AI ระดับเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เข้ามาใส่ไว้ในระบบเครือข่ายเบสแบนด์ (Basebands) และระบบวิทยุรับส่งสัญญาณ (Radios) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สมรรถนะ และการประหยัดพลังงาน โดยบริการที่สามารถขยายการใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์นี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารได้รับประโยชน์ทันทีบนเครือข่าย 5G และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เครือข่าย AI-native RAN โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
AI in RAN ของอีริคสันมีจุดเด่นสำคัญ ดังนี้
- เป็นโมเดล AI ระดับเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม: ออกแบบมาเพื่อประมวลผลเรียลไทม์ภายในเครือข่าย RAN
- มีซอฟต์แวร์เรียนรู้ได้เองต่อเนื่อง: ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลคุณภาพสูงที่พร้อมขยายสเกลในระบบ
- รองรับ Agentic AI: เพื่อขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติขั้นสูงของ RAN และการบริหารจัดการเครือข่าย

Mårten Lerner หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์เครือข่ายและการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ของอีริคสัน กล่าว “เรากำลังกำหนดนิยามใหม่ให้กับเครือข่ายมือถือ ด้วยการนำขีดความสามารถ AI ประสิทธิภาพสูงมามอบให้แก่ผู้ให้บริการ ซอฟต์แวร์ AI in RAN คือก้าวสำคัญเพื่อเดินหน้าไปสู่ AI-native networks ควบคู่ไปกับการพัฒนาเครือข่ายวิทยุที่รองรับ AI ที่เราเปิดตัวไปเมื่อกุมภาพันธ์นี้”
โมเดล AI ระดับเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของอีริคสัน ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ (Ultra-low latency) ในระดับไมโครวินาที มีความน่าเชื่อถือและมีความเสถียรสูงในสภาพแวดล้อมเครือข่าย RAN ที่มีความไดนามิกตลอดวลา ตัวโมเดลพัฒนาขึ้นจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกและฝึกฝนด้วยข้อมูลคุณภาพสูง ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในแง่ประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
Nitin Bansal กรรมการผู้จัดการ อีริคสัน ประเทศอินเดีย กล่าวว่า “ยุค AI ผู้ให้บริการต้องการเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และมีความเสถียร เราจึงได้นำ AI มาฝังไว้ในเครือข่าย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มขีดความสามารถเครือข่าย และเปิดรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านซอฟต์แวร์ AI in RAN”

เคสการใช้งานจริงบนเครือข่ายเชิงพาณิชย์
ซอฟต์แวร์ AI in RAN ของอีริคสัน สามารถทำงานร่วมกับ Ericsson 5G Advanced ได้ทั้งบนแพลตฟอร์มแบบสร้างขึ้นเฉพาะ และ Cloud RAN เพื่อรองรับบริการ AI ใหม่ ๆ สิ่งนี้เป็นการนำวิสัยทัศน์ “AI for Networks” ของบริษัทมาปฏิบัติจริง โดยใช้ AI เข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของเครือข่าย ทั้งนี้ AI in RAN ออกแบบมาให้เลือกใช้โมเดล AI ที่เหมาะสมในส่วนที่ใช่ของเครือข่ายวิทยุ ขับเคลื่อนด้วยชิป Ericsson Silicon เพื่อให้การประมวลผล AI ในคลื่นวิทยุประหยัดพลังงาน ควบคู่ไปกับระบบประมวลผล RAN Compute รุ่นล่าสุด โดยประสิทธิภาพการโยกย้ายซอฟต์แวร์ของ Cloud RAN ยังช่วยให้สามารถนำขีดความสามารถ AI นี้ไปติดตั้งใช้งานบนแพลตฟอร์มพันธมิตรรายอื่น ๆ ได้ด้วย
ฟีเจอร์แรกของ AI in RAN จะเริ่มพร้อมใช้งานในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะมีการอัปเกรดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอื่น ๆ ตามมาในช่วงปลายปี โดยฟีเจอร์ซอฟต์แวร์เหล่านี้บางส่วน ได้แก่ AI-native Scheduler for Link Adaptation, AI-powered Macro Positioning, AI-managed Beamforming, AI-powered Multi-layer Coordination, Performance Management Event Schema Files และ Augmented Observability for AI in RAN
จากการติดตั้งใช้งานจริงและการทดสอบจริงมากกว่า 15 เครือข่ายทั่วโลก ซอฟต์แวร์ AI in RAN ของอีริคสันสามารถเพิ่มปริมาณข้อมูลดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 20% และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่ได้สูงสุดถึง 10% และยังรองรับผู้ใช้งานในพื้นที่ที่มีการรับส่งข้อมูลหนาแน่นได้มากขึ้นถึง 2 เท่า พร้อมมีความแม่นยำในการคาดการณ์ความครอบคลุมของสัญญาณอยู่ที่ 90–95% และมีความแม่นยำระบุตำแหน่งผู้ใช้งานสูงขึ้นถึง 5 เท่า

Teruyuki Oya รองประธานอาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเครือข่ายของ SoftBank Corp. กล่าวว่า “ซอฟต์แวร์ AI in RAN ของอีริคสัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในส่วนลึกของเครือข่าย RAN การที่เราสามารถปรับแต่งประสิทธิภาพคลื่นวิทยุ การใช้คลื่นความถี่ และประสบการณ์ผู้ใช้งานได้เรียลไทม์ ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนนวัตกรรม AI ให้เป็นมูลค่าที่จับต้องได้จริงบนเครือข่ายที่ให้บริการ นอกจากนี้เรายังเห็นศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีพื้นฐานนี้เพื่อรองรับบริการ AI ใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึง Physical AI หรือสถานการณ์การใช้งาน AI ในโลกจริง ๆ ที่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อที่มีค่าความหน่วงต่ำ มีความเสถียรสูง ตลอดจนการประสานงานอัจฉริยะระหว่างทรัพยากรเครือข่ายและระบบประมวลผล”
Bruce Dean รองประธานอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีและการดำเนินงานเครือข่ายของ Bell กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของบริการที่มีประสิทธิภาพสูงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งการรวม AI เข้ากับ RAN โดยตรงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ทำให้เครือข่ายมีความเฉลียวฉลาดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างอีริคสันยังช่วยให้เราสามารถนำขีดความสามารถเหล่านี้เข้ามาใช้เสริมประสิทธิภาพบนเครือข่ายของเรา ยกระดับสมรรถนะ ปรับปรุงคุณภาพการประหยัดพลังงาน และมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า”
Yu Takki หัวหน้าสำนักงานเทคโนโลยีเครือข่าย SK Telecom กล่าวว่า “ด้วยความร่วมมือกับอีริคสัน SK Telecom กำลังนำเทคโนโลยี AI-RAN มายกระดับประสิทธิภาพเครือข่ายและช่วยเรื่องการประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งนำซอฟต์แวร์นี้มารองรับการดำเนินงานให้มีความเป็นอัจฉริยะและอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น ด้วยการผสานรวมระหว่างการวิจัย การทดสอบการใช้งานจริง และนวัตกรรมซอฟต์แวร์ ทำให้เรามุ่งมั่นเสริมสร้างความเป็นผู้นำวิวัฒนาการเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมวางรากฐานสำคัญให้กับเทคโนโลยี 6G แบบ AI-native ในอนาคต”
Mark Kennedy ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Rogers กล่าวว่า “ในฐานะเครือข่าย 5G+ ที่ดีที่สุดของแคนาดา เราภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับอีริคสัน เพื่อนำเทคโนโลยี 5G ล่าสุดมาให้ชาวแคนาดาได้ใช้งาน โดยซอฟต์แวร์ AI in RAN จะเข้ามาช่วยปรับแต่งประสิทธิภาพเครือข่ายให้กับลูกค้าเรียลไทม์ และช่วยลดการใช้พลังงานลง”
Joe Madden นักวิเคราะห์หลักจาก Mobile Experts กล่าวว่า “นี่อาจเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรอบหลายปี เพราะเพียงแค่การอัปเกรดซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการก็สามารถเค้นศักยภาพ ทั้งในเรื่องความจุเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น ระบบการสังเกตการณ์สถานะการทำงานที่ดีขึ้น และบริการระบุตำแหน่งที่แม่นยำยิ่งขึ้น จากเครือข่าย 5G เดิมที่พวกเขาลงทุนซื้อไปเมื่อหลายปีก่อน”
อีริคสันเริ่มนำฟังก์ชันการทำงาน AI มาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ยุค 4G และในปี 2564 ได้เพิ่มระบบเร่งความเร็วที่รองรับ AI หรือ AI-ready acceleration เข้าไปในระบบ RAN Compute ล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ บริษัทเปิดตัวตัวเร่งความเร็วเครือข่ายประสาทเทียม หรือ Neural Network Accelerators ในอุปกรณ์ Massive MIMO radios ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของการประมวลผล AI ได้ถึง 10 เท่า
