เผยโฉม iPhone13-อัพเกรด iPad-Apple Watch Series7

i & Tech ไลฟ์สไตล์ไอทีกับปรารถนาดี

เสียงเพลง   California   Soul  บอกเล่าจังหวะไลฟ์สไตล์ของเมือง   ก่อนจะส่งต่อไป Tim Cook  ซีอีโอ Apple   ซึ่งเริ่มและจบการแถลงข่าวเปิดตัว iPhone 13 , iPad และ Apple Watch  Series 7  ได้สวยงาม 

                ก่อนจะไปถึง iPhone  13 ที่ผู้คนรอคอย ซีอีโอแอปเปิล ได้บอกเล่าถึงความสำเร็จของ Apple TV+ ซึ่งกวาดมาหลายรางวัล พร้อมแนะนำซีรีส์ซีซั่นใหม่  Morning Show  (เป็นซีรีส์ที่ปรารถนาดีชอบดูมาก)

                  ซีอีโอแอปเปิลบอกว่า  คราวนี้เป็นบิ๊กอัพเกรดของ  iPad  รุ่น 10.2 นิ้ว  ชิพ A13  Bionic  ซึ่งมีคุณสมบัติจัดให้ตรงกลาง หรือ Center Stage  เวลาประชุมออนไลน์ผ่านแอปต่างๆ, FaceTime ภาพของเราจะไม่ตกขอบอีกต่อไป   เพราะกล้องจะแพนตามตัวเรา  ฟีจเจอร์นี้มีอยู่ใน iPadPro ตอนนี้มาลงใน iPad 10.2 นิ้วรุ่นอัพเกรด  ขอยืนยันว่า ฟีจเจอร์นี้ดีมากๆ สำหรับการประชุมออนไลน์   ถ้าใครใช้ iPad เวลาประชุมออนไลน์จะรู้ดีว่าหากตั้งจอไม่ดี ภาพจะตกขอบเพราะกล้องอยู่ด้านข้าง รุ่นนี้  จอแสดงผลแบบทรูโทน  และมีความจุมากขึ้นสองเท่า  ราคาเริ่มต้น 11,400 บาท  ความจุ 64,256 GB ใช้คู่กับ Apple Pencil รุ่น 1 ได้ 

                 iPad Mini  อัพใหม่หมดจด ทั้งดีไซน์ ใส่ชิพ A15 Bionic   จอ 8.3 นิ้ว  เร็วกว่ามินิรุ่นพี่ถึง 80% พอร์ต USB-C  มีคุณสมบัติจัดให้อยู่ตรงกลางเช่นกัน   รองรับ Apple Pencil  เจเนอเรชั่นล่าสุด ราคาเริ่มที่ 17,900 บาท  ความจุ 64 GB,256 GB มีสีชมพู สีสตาร์ไลท์ สีม่วงและสีเทา

                 ดูจากการนำเสนอ  iPad รุ่น 10.2 นิ้ว  แอปเปิลปล่อยออกมาเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา  ส่วน iPad Mini ไปที่คนทำงานหลากหลายอาชีพ ใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือทำงานขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง

               อุปกรณ์ต่อมาคือ Apple Watch Series 7 อันนี้ ว้าวมาก  จอภาพ Retina แบบติดตลอด ออกแบบใหม่  ออกแบบให้ขอบรอบๆแคบลง จึงได้หน้าจอขอบโค้งที่กว้างขึ้นจนสุดพื้นที่   ทำให้หน้าปัดนาฬิกาและแอปเต็มหน้าจอดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับส่วนโค้งของตัวเรือน  อินเทอร์เฟซปรับให้เหมาะกับจอภาพขนาดใหญ่ ทำให้อ่านและใช้ง่าย แบตเตอรี่นานถึง 18 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติม คือชาร์จเร็วขึ้นถึง 33%

                มาคราวนี้ Apple Watch Series 7  โชว์ความแข็งแกร่ง  ด้านหน้าแบบคริสตัลทนการแตกร้าวได้ดีกว่าเดิม และเป็น Apple Watch เรือนแรกที่ผ่านการรับรองกันฝุ่นที่ระดับ IP6X  กันน้ำระดับ WR502

               วัยผู้ใหญ่  น่าจะชอบใจ กับขนาดตัวอักษรที่ใหญ่ขึ้นอีกสองขนาด และคีย์บอร์ด QWERTY  แตะหรือปัดด้วย QuickPath เลื่อนนิ้วเพื่อพิมพ์ และใช้การเรียนรู้ของระบบบนอุปกรณ์เพื่อคาดการณ์คำถัดไปตามบริบท ซึ่งทำให้การป้อนข้อความง่ายขึ้นและเร็วขึ้นด้วย

               เพิ่มกิจกรรมการออกกำลังกายใหม่ๆ เข้าอัปเดตการปั่นจักรยาน การออกกำลังกาย และการตรวจจับการล้มตัวเรือนอะลูมิเนียม 5 สีใหม่  คือ สีมิดไนท์ สีสตาร์ไลท์ สีเขียว สีน้ำเงินใหม่ และรุ่น (PRODUCT) RED

                ส่วน  Apple Watch Nike และ Apple Watch Hermès จะมาพร้อมสายนาฬิกาและหน้าปัดใหม่

                สุดท้ายคือ iPhone 13  ,iPhone 13 mini  อันนี้ขอติดไว้ก่อนจะมาเล่าทีหลัง เพราะง่วงมาก

                แต่ที่ทำให้อ้าปากค้างได้คือ  iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max  จากระบบกล้องระดับโปรทั้งภาพนิ่งและถ่ายวิดีโอ  กล้องอัลตร้าไวด์ ไวด์ และเทเลโฟโต้ใหม่  ชิพ A15 Bionic

                อันนี้รอให้อัพเกรดอยู่กับ  โหมด Macro  ด้วยกล้องอัลตร้าไวด์   ถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยที่ดีขึ้นสูงสุด 2.2 เท่าบนกล้องไวด์ใหม่  

                การประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์  “สไตล์ภาพถ่าย” ที่จะปรับแต่งภาพในแอปกล้องออกมาในแบบที่ผู้ใช้ต้องการ และโหมดกลางคืนที่ใช้งานได้กับทุกกล้อง

                อันนี้เด็ดกับถ่ายวิดีโอ โหมดภาพยนตร์  หรือ  Cinematic Mode  เปลี่ยนโฟกัสระยะชัดลึกได้ไวและเนียน  ถ่ายวิดีโอแบบมาโคร ไทม์แลปส์ และสโลว์โมชั่น  และเป็นครั้งแรกที่รองรับ ProRes ด้วย ซึ่งมีเฉพาะบน iPhone เท่านั้น

                iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ยังมาพร้อม 5G ที่รองรับย่านความถี่มากขึ้นเพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น  แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานมากขึ้น

                 พื้นที่จัดเก็บข้อมูลความจุใหม่ 128,256,512 GB และ 1 TB  ค่ะ  มีสีกราไฟต์, ทอง, เงิน และเซียร์ร่าบลูใหม่ ดูในภาพเซียร์ร่าบลูสวยมาก 

                สรุปกันแบบให้อ่านย่อๆ ส่วนรายละเอียดสเปกเครื่อง ราคา วันจำหน่ายดูในภาพนะคะ  รอให้เข้าไทยจะรีวิวให้อ่านแบบละเอียดกันอีกครั้งค่ะ

                ปิดท้าย ทิม คุ้ก บอกว่า  Peple love iPhone

ปรารถนา ฉายประเสริฐ

prathana.chai@gmail.com

FB:ปรารถนาดี