“KNACKSAT-2” ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ บพข.หนุนทุน“IoT Payload” ฝีมือไทย ผนึก AIS ใช้โจทย์อวกาศทดสอบระบบ “Digital Connectivity”

Inno Market Research Showcase

บพข. ร่วมยินดี “KNACKSAT-2” ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ! เผยเบื้องหลังหนุน “IoT Payload” ฝีมือไทย ผนึก AIS ใช้โจทย์อวกาศทดสอบระบบ “Digital Connectivity” ปิดช่องว่างสัญญาณพื้นที่ห่างไกล ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้จริง

          หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย หลังดาวเทียม “แนคแซท 2 (KNACKSAT-2)” ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เกิดจากความร่วมมือของหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สำเร็จเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในภารกิจนี้ บพข. ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา “IoT Payload” หรืออุปกรณ์รับส่งสัญญาณเพื่อการสื่อสาร ผ่านโครงการ “การพัฒนาอุปกรณ์ IoT ฐานอวกาศเพื่อการสาธิตในวงโคจร” ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS)

          รศ. ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. เปิดเผยว่า ความสำเร็จของ KNACKSAT-2 ถือเป็นหมุดหมายที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทย โดยในส่วนที่ บพข. เข้าไปมีบทบาทสนับสนุน คือการผลักดันเทคโนโลยีด้าน Digital Platform โดยเฉพาะเรื่อง Internet of Things (IoT) ซึ่งเรามองเห็นโจทย์ใหญ่ของประเทศเรื่องการเข้าถึงสัญญาณสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล (Remote Area) จึงได้อนุมัติทุนสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นำโดย ดร.พงศธร สายสุจริต ในการพัฒนาอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (IoT Payload) เพื่อนำขึ้นไปทดสอบการทำงานจริงบนอวกาศ โดยอาศัยดาวเทียม KNACKSAT-2 เป็นฐานในการทดสอบ

          “การสนับสนุนของ บพข. ในครั้งนี้ เรามองเห็นโอกาสในการสร้าง Use Case ทางธุรกิจ ที่ชัดเจนสำหรับการขยายขีดความสามารถด้าน Digital Connectivity ของประเทศ โดยใช้พื้นที่อวกาศเป็น Sandbox ในการทดสอบระบบ (Flight Heritage) เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยี IoT ฝีมือคนไทย สามารถทำงานได้จริง ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นในการนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์เพื่อปิดจุดบอดของสัญญาณเครือข่ายภาคพื้นดิน”

          โครงการพัฒนาอุปกรณ์ IoT ฐานอวกาศฯ ที่ บพข. และ AIS ร่วมลงทุน (Co-Funding) มุ่งเน้นการพัฒนา IoT Payload (อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ) ขึ้นไปติดตั้งบนดาวเทียม เพื่อทำหน้าที่เป็น Gateway บนอวกาศ โดยใช้ระบบ LoRaWAN บนดาวเทียม ซึ่งมีจุดเด่นคือการกินพลังงานต่ำแต่ส่งสัญญาณได้ไกล โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ในพื้นที่ที่เสาสัญญาณมือถือเข้าไม่ถึง เช่น การติดตามตำแหน่งเรือเดินทะเลกลางมหาสมุทร การตรวจวัดสภาพอากาศในป่าลึก หรือพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ เพื่อส่งข้อมูลกลับมาประมวลผลที่สถานีภาคพื้นดินและ Cloud Server ของ AIS เพื่อประมวลผล ซึ่งถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญให้กับประเทศ

          รศ. ดร.กานดา กล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางการให้ทุนวิจัยว่า แผนงานดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) บพข. มุ่งเน้นสนับสนุนงานวิจัยที่มีศักยภาพในการขยายผลเชิงพาณิชย์ (Scalability) เป็นเทคโนโลยีที่พร้อมจะออกจากห้องแล็บ (TRL 4 ขึ้นไป) เพื่อไปสู่การใช้งานจริง หรือทดสอบในสภาวะจริง มีภาคเอกชนร่วมลงทุน (Co-Funding) อย่างเช่นโครงการนี้ที่มี AIS ร่วมสนับสนุนทุน 50% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดจริงและมีผู้นำไปใช้ประโยชน์ต่อแน่นอน และต้องเป็นโครงการที่สร้างผลกระทบวงกว้าง (High Impact) ช่วยแก้ปัญหาระดับประเทศ หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้เกิด Ecosystem ใหม่ๆ ในประเทศ เช่น Digital Transformation ในภาคอุตสาหกรรม

ตัวอย่าง Payload ที่ บพข ให้ทุนสนับสนุน

          “ความสำเร็จในวันนี้ คือบทพิสูจน์ของการทำงานร่วมกันระหว่าง นักวิจัย ภาครัฐ และเอกชน เพื่อปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขัน ผลักดันงานวิจัยไทยสู่ตลาดจริง โครงการนี้ นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของ บพข. ในการสร้าง Use Case ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง โดยความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การขยายโครงข่าย IoT ให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทยโดยไม่ต้องลงทุนตั้งสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน และเราพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการศักยภาพสูงเช่นนี้ต่อไป เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง” รศ. ดร.กานดา กล่าวทิ้งท้าย