สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับบางกอกแอร์เวย์ส และกลุ่มธุรกิจ TCP จัดค่ายส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น “แม้มองไม่เห็นแสงจันทร์ แต่สัมผัสได้ถึงดวงดาว” ปีที่ 3 พานักเรียน และครูจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด และคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน จังหวัดลพบุรี เดินทางข้ามภูมิภาคสู่จังหวัดเชียงใหม่ มาสัมผัสดวงดาว ณ ท้องฟ้าที่ดีที่สุดของประเทศไทย บนยอดดอยอินทนนท์ ระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2569

ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ค่ายส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น “แม้มองไม่เห็นแสงจันทร์ แต่สัมผัสได้ถึงดวงดาว” จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ได้นำนักเรียนและคุณครูจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน จังหวัดลพบุรี จำนวน 51 คน เดินทางมาร่วมเรียนรู้ผ่านกิจกรรมดาราศาสตร์ของ สดร. ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับบุคคลที่บกพร่องทางการเห็น โดยมีเจ้าหน้าที่ สดร. และทีมอาสาสมัครจากบางกอกแอร์เวย์สดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจ TCP ยังสนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดกิจกรรม และจัดเตรียมเครื่องดื่มเพื่อดูแลนักเรียน และคณะครูตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

กิจกรรมตลอด 2 วันในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มต้นที่สวนสัตว์เชียงใหม่ กับกิจกรรม “Sensing the Zoo: สัมผัสสัตว์ ฟังเสียงจริง” เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการสัมผัส และการฟังเสียงสัตว์อย่างใกล้ชิด ก่อนเดินทางสู่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เพื่อร่วมกิจกรรมดาราศาสตร์ที่ช่วยจุดประกายจินตนาการ อาทิ กิจกรรม “สิ่งมีชีวิตนอกโลก” ให้น้อง ๆ ถ่ายทอดภาพจินตนาการผ่านการปั้นด้วยมือ และกิจกรรม “ท้องฟ้าในมือฉัน” ภายในท้องฟ้าจำลอง รวมถึงการเยี่ยมชมนิทรรศการดาราศาสตร์ เพื่อเปิดโลกความรู้ดาราศาสตร์และด้านอวกาศ

ในวันที่สอง น้อง ๆ ได้เดินทางสู่หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียนรู้ดาราศาสตร์ในช่วงคลื่นวิทยุ จากนั้นในช่วงบ่าย เดินทางต่อสู่ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เรียนรู้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติผ่านกิจกรรมการทดลองการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความดันอากาศจากถุงขนม พร้อมสัมผัสธรรมชาติและละอองน้ำตก ณ น้ำตกวชิรธาร

ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ของกิจกรรม ได้เข้าเยี่ยมชมหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หรือ หอดูดาวแห่งชาติ เรียนรู้และสัมผัสกล้องโทรทรรศน์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงการสัมผัส และโอบฐานกล้องโทรทรรศน์แห่งชาติ แล้วเดินทางขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ เรียนรู้ และสัมผัสแบบจำลองหลุมดวงจันทร์ ก่อนสังเกตการณ์ดาวพฤหัสบดีผ่านกล้องโทรทรรศน์ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นบนยอดดอยแต่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นจากการแบ่งปันโอกาสทางการเรียนรู้
แม้น้อง ๆ ส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดทางการมองเห็น และไม่สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน แต่ยังสามารถรับรู้ความสว่างของวัตถุบนท้องฟ้าได้ อย่างเช่นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์จะเห็นเป็นจุดแสงเล็ก ๆ การเรียนรู้จากการสัมผัสและการฟังเสียง การใช้จินตนาการ กิจกรรมทั้งหมดจึงเป็นเครื่องยืนยันว่า “ดาราศาสตร์” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับรู้ด้วยสายตา แต่ยังสามารถส่งมอบความรู้ ความอบอุ่น และความรักถึงผู้รับด้วยหัวใจ

จากประสบการณ์ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โครงการนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ดาราศาสตร์สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโลกการเรียนรู้ และสร้างโอกาสให้กับเด็ก และเยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษได้อย่างแท้จริง” สดร. จึงมุ่งมั่นที่จะสานต่อ และขยายผลการดำเนินงานในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงดาราศาสตร์ได้อย่างเท่าเทียม สร้างจินตนาการ สร้างแรงบันดาลใจ เสริมสร้างกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริง และเพื่อปลูกฝังความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองให้กับเด็ก ๆ ทุกคน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ภายใต้ปณิธานที่ว่า “เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อให้ “ดาราศาสตร์” เป็นพื้นที่แห่งโอกาส ความหวัง และการเติบโตร่วมกันของสังคมไทย
