รมว.อว.ประกาศ 8 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชาติด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม           

News Update

“ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”  ประกาศ 8 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชาติด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม   ชูการพัฒนาสู่ “เวลเนส ไทยแลนด์”  ขับเคลื่อนประเทศด้วยเอไอและข้อมูล พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ   เดินหน้าพลิกโฉมมหาวิทยาลัย TCAS เท่าเทียม Upskill Reskill เรียนได้งบจบได้งาน

           เมื่อวันที่10 เมษายน 2569  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  แถลงนโยบายการบริหารงานกระทรวง อว.โดยระบุถึง แผนปฏิบัติการ Action Plan 2026-2030 ที่เป็นการสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ที่จะพาประเทศไทยไปสู่การเป็น “ประเทศรายได้สูง”  

           ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการ Action Plan 2026-2030   ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ ประกอบด้วย 8 ยุทธศาสตร์ครอบคลุม 4 เรื่องหลัก  

           โดยเรื่องแรก ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ที่ 1. คือ การส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในประเทศไทย  เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน แหล่งทุน และผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันการยกระดับงานวิจัยสู่เทคโนโลยีเชิงลึกและการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์  โดยจะมีโครงการ Flagship ที่จะส่งเสริมให้เกิด Innovation Ecosystem ในประเทศไทย เช่น การส่งเสริม Area-based Innovation Ecosystem ส่งเสริม Matching Fund & university Holding Company ส่งเสริมMakerspace  ชุมชน ขยายผล Startup Thailand League  และส่งเสริมความเข้มแข็งของกระบวนการทรัพย์สินทางปัญญา(TLO)

            เรื่องที่2 เป็นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  สร้าง New Growth Engine  เพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้างของประเทศอย่างยั่งยืน  โดยบูรณาการ 4 ยุทธศาสตร์เข้าด้วยกัน  ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Thailand)  ซึ่งใช้ Wellness  ที่ไทยเป็นเบอร์ 1 ของโลก เป็นตัวนำ   ต่อยอดงานวิจัยต่างๆ  สร้าง Wellness Economy และเชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรม และบริการ    โดยมีตัวอย่างโครงการ Flagship ด้าน Wellness เช่น Al for Wellness Innovation, Cosmeceutical Innovation – Herb, Cancer Innovation, Biosensor Thailand, Genomic Thailand 2,Sensory Lab Thailand  และ Future Food Thailand

           ยุทธศาสตร์ที่ 3. การวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Thailand) ซึ่งเป็นพื้นฐานของทุกอุตสาหกรรมในอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า AI และระบบสื่อสารยุคใหม่   ยุทธศาสตร์ที่ 4. การขับเคลื่อนประเทศด้วย AI และข้อมูล (AI ,Physical AI  and Data Driven Nation) ภายใต้แนวคิด “AI for ALL”  โดยมีตัวอย่างโครงการ Flagship  เช่น Photonic IC,Power IC และ Biosensor Thailand   และยุทธศาสตร์ที่ 5.การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation Thailand) อาทิ ควอนตัม อวกาศ และพลังงานสีเขียว

           ส่วนเรื่องที่ 3   เป็นเรื่องทางด้านสังคม ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ที่ 6 ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง (Security Technology) สร้างความมั่นคงในทุกมิติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การป้องกันประเทศ การรับมือภัยพิบัติและเป้าหมายด้านความยั่งยืน  และยุทธศาสตร์ที่ 7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล (Anti-Corruption & Digital Government)  ด้วย 2 โครงการFlagship คือ 1.Open Thailand (Open Data) และ 2.Zero Corruption MHESI ACT/ No COI ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงาน  

           ขณะที่เรื่องสุดท้ายซึ่งเกี่ยวกับการศึกษา คือ ยุทธศาสตร์ที่ 8 การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก (World-Class University) เพื่อเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง    โดยจะทำทั้งเรื่อง TCAS เท่าเทียม, Upskill Reskill เรียนได้งบจบได้งาน, การสร้างระบบนิเวศเพื่อเชื่อมโยงภาควิชาการ(นักคิด) เข้ากับภาคเอกชน (นักปฏิบัติ,) สนับสนุนการดึงดูด Global Talent ระดับโลก,  และการสนับสนุนอาจารย์/ นักวิจัย ออกไปพัฒนาชาติในด้านต่าง ๆ    

           “ผมมองว่าเราต้องชนะ Tech War โดยที่เราไม่ต้องลุยเองคนเดียวและเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม อว. ต้องเข้าไปช่วยทุกภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และภัยพิบัติ งานนวัตกรรมมันต้องแทรกซึมไปได้ทุกที่” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว