อวกาศคือโอกาส!  “ยศชนัน”มอบนโยบาย GISTDA ดัน “เศรษฐกิจอวกาศ”  

News Update

ศ.ดร.ยศชนัน มอบนโยบาย GISTDA ดัน “Space Economy : เศรษฐกิจอวกาศ”   หนึ่งใน New Growth Engine สร้างจุดแข็งใหม่ไทย เลิกเป็นแค่ผู้ใช้! ชูเทคโนโลยีอวกาศฝีมือคนไทยแก้ภัยแล้งแม่นยำ ปั้นแพลตฟอร์มสร้างรายได้ระดับโลก

          เมื่อวันที่ 7 พ.ค.69 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะเข้าเยี่ยมชมความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ณ GISTDA (จิสด้า) ภายในอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยบริหารจัดการวิกฤตของประเทศ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. และ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA เข้าร่วม

          วาระสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการเปิดตัว “ระบบเช็คแล้ง” เครื่องมืออัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลกมาประมวลผลร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้สามารถติดตามความเสี่ยงเรื่องน้ำได้ลึกถึงระดับพื้นที่ ระบบนี้สามารถบอกได้ล่วงหน้าว่าพืชเกษตรจุดไหนจะเสียหาย หรือพื้นที่ใดต้องการน้ำเท่าไหร่ เพื่อให้รัฐบาลและเกษตรกรรับมือกับวิกฤตภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในปี 2569 ได้อย่างทันท่วงที

          จากนั้น คณะผู้บริหารยังได้เข้าตรวจเยี่ยม ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (AIT) ซึ่งเป็นฐานการผลิตและทดสอบดาวเทียมมาตรฐานสากลในไทย พร้อมติดตามความคืบหน้าของดาวเทียม “THEOS-3” ดาวเทียมสำรวจโลกรุ่นล่าสุดที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การพึ่งพาตนเองของไทย โดยมีจุดเด่นคือ “ออกแบบโดยคนไทย” – พัฒนาโดยทีมวิศวกรไทยที่มีความเชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน “หนุนธุรกิจไทย” – ใช้ชิ้นส่วนและระบบสำคัญที่ผลิตโดยผู้ประกอบการในประเทศ และ “ทำเองในประเทศ” – ประกอบและทดสอบในไทยทุกขั้นตอนที่ศูนย์ NAIT

          โครงการ THEOS-3 จึงเป็นมากกว่าบทพิสูจน์ความสามารถของคนไทยในเวทีโลก แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่จะผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้เล่นหลักในตลาดเศรษฐกิจอวกาศโลก รวมถึงการวิจัยระดับสูง เช่น การจัดการจราจรในอวกาศและการพยากรณ์สภาพอวกาศ ซึ่งจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมไทย และสามารถยืนยันได้อีกว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นฟันเฟืองหลักที่จะช่วยวางแผนนโยบายของประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น และการสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูงตามนโยบาย Space Innovation Thailand

          หลังการตรวจเยี่ยม ศ.ดร.ยศชนัน ได้มอบนโยบายว่า “หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศในยุคนี้คือ “เศรษฐกิจอวกาศ” (Space Economy) ซึ่งตนได้บรรจุไว้เป็นหนึ่งใน New Growth Engine หลักของประเทศไทย โดยยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องเริ่มอย่างจริงจังในการเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้รับการถ่ายทอดและสร้างเทคโนโลยี” ด้วยตนเอง ซึ่งวันนี้ GISTDA ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนไทยสามารถทำได้ทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะดาวเทียม THEOS-3 ที่มีส่วนประกอบจากฝีมือคนไทยมากกว่าครึ่ง

          รองนายกฯ และ รมว.อว. เน้นย้ำว่า GISTDA จะต้องทำหน้าที่เป็น “แพลตฟอร์ม” สำคัญที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเข้าถึงข้อมูลและนวัตกรรม เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัสดุศาสตร์ (Material Science) หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันเชิงพาณิชย์ โดยเป้าหมายคือการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาเห็นคุณค่าของข้อมูลอวกาศไทย และสร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศ”

          นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายเรื่องการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะการจับคู่ (Matching) ระหว่างความเชี่ยวชาญของ GISTDA กับภาคส่วนต่างๆ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geoinformatics) ไปใช้แก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการทำงานแบบสหวิทยาการ (Multi-disciplinary) ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงวิศวกรอวกาศ แต่ต้องดึงบุคลากรด้านการตลาด การจัดการ และวิศวกรรมสาขาอื่นๆ มาร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่ม

          “อวกาศคือโอกาส และความได้เปรียบของเราคือการเป็นผู้เล่นที่มีคู่แข่งน้อยในภูมิภาคนี้ เราต้องหาจุดแข็งที่เราเก่งที่สุดในโลกให้เจอ เพื่อให้ทุกดาวเทียมหรือทุกซอฟต์แวร์ในโลกต้องเรียกใช้เทคโนโลยีจากไทย ผมพร้อมจะผลักดัน พ.ร.บ. กิจการอวกาศ ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อเปลี่ยนความรู้ในห้องแล็บให้เป็นสินทรัพย์ที่ยั่งยืนของคนไทย” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย พร้อมให้กำลังใจบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในอุตสาหกรรมที่ท้าทายนี้

          ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ระบุว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า GISTDA ตั้งเป้าที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Nation) โดยการนำข้อมูลเชิงพื้นที่ไปใช้สร้างประโยชน์ทั้งในภาคเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว